เนมิราชชาดก เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงผลแห่งการกระทำ ทั้งในด้านกุศลกรรมและอกุศลกรรม โดยมีใจความสำคัญเริ่มจาก พระเจ้าเนมิราช กษัตริย์ผู้ทรงธรรมแห่งกรุงมิถิลา ทรงบำเพ็ญมหาทานและตั้งคำถามว่าระหว่างการให้ทานกับการประพฤติพรหมจรรย์ สิ่งใดมีผลมากกว่ากัน ท้าวสักกะ (พระอินทร์) จึงเสด็จมาตอบว่าการประพฤติพรหมจรรย์มีความประณีตและมีผลสูงกว่า
ด้วยความเลื่อมใสในธรรม ท้าวสักกะจึงมีรับสั่งให้ มาตลีเทพสารถี ขับราชรถทิพย์มารับพระเจ้าเนมิราชไปทัศนาภพภูมิต่างๆ เพื่อให้เห็นผลแห่งกรรมด้วยพระเนตรพระองค์เอง ซึ่งสรุปผลแห่งการกระทำได้ดังนี้:
- นรกภูมิ (ผลแห่งบาป): พระเจ้าเนมิราชได้ทอดพระเนตรเห็นผู้ที่ทำบาปต้องทนทุกข์ทรมานในขุมนรกต่างๆ ตามลักษณะกรรมที่ทำไว้ เช่น ผู้ที่เบียดเบียนผู้อื่นต้องจมในแม่น้ำเวตรรณี ผู้ที่ทำร้ายสมณะพราหมณ์ต้องตกในหม้อโลหะร้อน ผู้ที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตต้องถูกทิ่มแทงด้วยอาวุธ และผู้ที่ประพฤติผิดในกามต้องรับโทษอย่างสาหัส
- สวรรค์ภูมิ (ผลแห่งบุญ): ทรงทอดพระเนตรเห็นเทพบุตรและเทพธิดาที่มีความสุขสมบูรณ์ในวิมานอันวิจิตร ซึ่งเป็นผลมาจากการทำบุญในโลกมนุษย์ เช่น การทำทาน การรักษาศีลอุโบสถ การอุปถัมภ์บำรุงพระอรหันต์ และการประพฤติตนอยู่ในธรรมอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อได้ชมสวรรค์และนรกแล้ว ท้าวสักกะได้เชิญให้พระเจ้าเนมิราชประทับอยู่ในสวรรค์ แต่พระองค์ปฏิเสธโดยตรัสว่า ทรงต้องการกลับไปบำเพ็ญบุญในโลกมนุษย์ด้วยพระองค์เอง เพราะทรัพย์สมบัติที่ได้จากการทำบุญด้วยตนเองนั้นประเสริฐกว่าการรับเสวยผลบุญของผู้อื่น เมื่อเสด็จกลับถึงกรุงมิถิลา พระองค์จึงทรงสละราชสมบัติออกผนวชและบำเพ็ญธรรมตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ปวงชนในการเลือกทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้องตามกฎแห่งกรรม
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนมิราชชาดก