All the Defilements
สัพพาสวสูตร (MN 2) ในพระไตรปิฎก มัชฌิมนิกาย เป็นพระสูตรสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงถึงแนวทางในการ กำจัดอาสวะทั้งปวง ซึ่งเป็นกิเลสที่หมักหมมอยู่ในสันดาน อันนำไปสู่ความทุกข์. พระองค์ตรัสว่าการสิ้นอาสวะเกิดขึ้นได้แก่ผู้ที่ "รู้" และ "เห็น" ด้วย โยนิโสมนสิการ (การพิจารณาโดยแยบคาย) ไม่ใช่ผู้ที่ไม่รู้ไม่เห็น หรือผู้ที่มนสิการโดยไม่แยบคาย ซึ่งจะทำให้อาสวะที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วก็เจริญยิ่งขึ้นไป
พระสูตรนี้ได้จำแนกวิธีการละอาสวะออกเป็น ๗ ประการ ได้แก่:
๑. ละด้วยการเห็น (ทัสสนะ): คือการละอกุศลทิฏฐิ เช่น สักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นตัวตน) วิจิกิจฉา (ความสงสัย) และสีลัพพตปรามาส (ความยึดมั่นในศีลและพรต) ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย และการทำความเข้าใจอริยสัจ ๔
๒. ละด้วยการสำรวม (สังวร): คือการสำรวมอินทรีย์ทั้ง ๖ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) ไม่ให้คลุกคลีกับอารมณ์อันเป็นอกุศล เพื่อป้องกันไม่ให้อาสวะเกิดขึ้น
๓. ละด้วยการใช้สอย (ปฏิเสวนะ): คือการพิจารณาใช้สอยปัจจัย ๔ (จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัช) เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีพเพื่อการปฏิบัติธรรม ไม่ใช่เพื่อความโอ้อวดหรือบำเรอตน
๔. ละด้วยความอดทน (อธิวาสนะ): คือการอดทนต่อความหนาว ร้อน หิว กระหาย สัมผัสจากสัตว์ร้าย ถ้อยคำที่ไม่น่าฟัง และเวทนาทางกายที่เจ็บปวดต่างๆ
๕. ละด้วยการเว้น (ปริวัชชนะ): คือการหลีกเลี่ยงอันตรายต่างๆ เช่น ช้างร้าย ม้าดุ สุนัข งู สถานที่ที่ไม่เหมาะสม หรือมิตรชั่ว
๖. ละด้วยการบรรเทา (วิโนทนะ): คือการไม่ยอมให้ความคิดอกุศล เช่น กามวิตก พยาบาทวิตก และวิหิงสาวิตก (ความคิดเบียดเบียน) เกิดขึ้น และพยายามกำจัดความคิดเหล่านั้นให้หมดไป
๗. ละด้วยการเจริญ (ภาวนา): คือการเจริญธรรมที่เป็นกุศล อันได้แก่โพชฌงค์ ๗ (สติ สัมปชัญญะ วิริยะ ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ อุเบกขา) ซึ่งเป็นการพัฒนาจิตให้เกิดความสงบและปัญญา
พระพุทธองค์ทรงสรุปว่า เมื่อภิกษุใดละอาสวะได้ครบทั้ง ๗ ประการนี้แล้ว ก็เป็นผู้ที่อยู่ด้วยการสำรวมในอาสวะทั้งปวง ตัดตัณหาได้แล้ว ขาดสังโยชน์แล้ว และได้ทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบด้วยการกำหนดรู้มานะได้
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →