With Udāyī
อุทายิสูตร (สังยุตตนิกาย SN 35.234) บันทึกบทสนทนาระหว่างพระอานนท์และพระอุทายีขณะจำพรรษาอยู่ที่โคสัมพี ในสวนโฆสิตาราม. ในช่วงเย็นวันหนึ่ง พระอุทายีได้เข้าหาพระอานนท์และถามว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงถึงกายนี้ว่าไม่ใช่ตัวตนไว้ในหลายนัยแล้ว จึงอยากทราบว่าสามารถอธิบายถึงวิญญาณว่าเป็นอนัตตาในลักษณะเดียวกันได้หรือไม่
พระอานนท์ตอบว่าสามารถทำได้ โดยอธิบายแยกวิญญาณออกเป็นวิญญาณที่อาศัยทวารทั้งหก ได้แก่ จักขุวิญญาณ (วิญญาณทางตา), โสตวิญญาณ (วิญญาณทางหู), ฆานวิญญาณ (วิญญาณทางจมูก), ชิวหาวิญญาณ (วิญญาณทางลิ้น), กายวิญญาณ (วิญญาณทางกาย) และ มโนวิญญาณ (วิญญาณทางใจ)
พระอานนท์ชี้แจงว่า หากเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดวิญญาณเหล่านั้นดับไปโดยสิ้นเชิง วิญญาณนั้นก็จะไม่ปรากฏขึ้นอีกต่อไป เช่นเดียวกับจักขุวิญญาณที่เกิดขึ้นโดยอาศัยตาและรูป หากเหตุปัจจัยที่ให้เกิดจักขุวิญญาณสิ้นไป จักขุวิญญาณก็ย่อมไม่ปรากฏ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิญญาณนั้นไม่เที่ยงและไม่ใช่ตัวตน
พระอานนท์ได้ยกอุปมาด้วยต้นกล้วยขนาดใหญ่ที่ตรงและอ่อน เมื่อมีคนต้องการไม้แก่นและเข้าไปในป่า ฟันต้นกล้วยลง ตัดปลายออก และคลี่กาบออกทีละชั้น ก็จะไม่พบแม้แต่กระพี้ มิพักต้องพูดถึงไม้แก่น ฉันใดก็ดี ภิกษุย่อมเห็นอายตนะทั้งหก (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และอารมณ์ของอายตนะ) ว่าไม่ใช่ตัวตนและไม่ใช่ของของตัวตน เมื่อไม่เห็นเช่นนั้น จึงไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดในโลก
เมื่อไม่ยึดมั่น ภิกษุนั้นก็ไม่เร่าร้อน เมื่อไม่เร่าร้อน ย่อมบรรลุนิพพานด้วยตนเอง ท่านย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →