Sāriputta
สารีปุตตสูตรที่ ๓ ในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค กล่าวถึงความสำคัญของกัลยาณมิตร หรือมิตรดี สหายดี เพื่อนดี ในการประพฤติพรหมจรรย์ ท่านพระสารีบุตรได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ณ กรุงสาวัตถี ว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี เป็นพรหมจรรย์ทั้งหมดทีเดียว"
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสรับรองถ้อยคำของท่านพระสารีบุตรว่า "ถูกละ ถูกละ สารีบุตร ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี เป็นพรหมจรรย์ทั้งหมด" และทรงอธิบายเพิ่มเติมว่า ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมหวังได้ว่าจะเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ และทำอริยมรรคมีองค์ ๘ ให้มากยิ่งขึ้นได้
การเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ นี้ประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) สัมมาสังกัปปะ (ความดำริชอบ) สัมมาวาจา (เจรจาชอบ) สัมมากัมมันตะ (ทำการงานชอบ) สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ) สัมมาวายามะ (เพียรชอบ) สัมมาสติ (ระลึกชอบ) และสัมมาสมาธิ (ตั้งใจชอบ) ซึ่งทั้งหมดนี้อาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในโวสสัคคะ (การสละ) เพื่อความหลุดพ้น
พระพุทธองค์ยังทรงขยายความอีกว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี สหายดี เพื่อนดี เป็นพรหมจรรย์ทั้งหมดนั้น พึงทราบได้โดยปริยายที่ว่า เมื่ออาศัยพระองค์ผู้เป็นมิตรดีแล้ว สัตว์ทั้งหลายผู้มีชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสเป็นธรรมดา ย่อมพ้นไปจากสิ่งเหล่านั้น สารีปุตตสูตรนี้จึงเน้นย้ำถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของกัลยาณมิตรในการนำไปสู่การพัฒนาตนเองตามหลักอริยมรรค และความหลุดพ้นจากทุกข์.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →