พระสูตรนี้เป็นส่วนหนึ่งของ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (SN47.4) กล่าวถึงครั้งหนึ่งที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลา แคว้นโกศล ทรงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายถึงความสำคัญของการฝึกฝนใน สติปัฏฐาน ๔.
พระองค์ทรงชี้แนะว่า ภิกษุทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภิกษุใหม่ ผู้บวชใหม่ เพิ่งเข้ามาสู่พระธรรมวินัยนี้ ควรได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และให้ตั้งมั่นใน สติปัฏฐาน ๔ อันได้แก่:
- การพิจารณา กาย ในกาย (กายานุปัสสนา)
- การพิจารณา เวทนา ในเวทนา (เวทนานุปัสสนา)
- การพิจารณา จิต ในจิต (จิตตานุปัสสนา)
- การพิจารณา ธรรม ในธรรม (ธัมมานุปัสสนา)
การเจริญสติปัฏฐานนี้ต้องประกอบด้วยความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ มีจิตตั้งมั่น เป็นสมาธิ และมีจิตรวมเป็นหนึ่ง ซึ่งแต่ละระดับของภิกษุมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน:
- สำหรับภิกษุใหม่ (ผู้บวชใหม่): ควรได้รับการส่งเสริมให้เจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อ กำหนดรู้กาย เวทนา จิต และธรรมตามความเป็นจริง.
- สำหรับภิกษุผู้ยังต้องศึกษา (ยังไม่บรรลุ): ผู้ที่ยังไม่บรรลุผลที่มุ่งหมาย แต่อาศัยอยู่ด้วยความมุ่งหวังในธรรมอันเกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยม ก็พึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อ รู้ยิ่งกาย เวทนา จิต และธรรม.
- สำหรับภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์ (ผู้บรรลุแล้ว): ผู้สิ้นอาสวะแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำสำเร็จแล้ว ปลงภาระลงแล้ว บรรลุประโยชน์ตนแล้ว สิ้นภพใหม่แล้ว หลุดพ้นโดยชอบเพราะรู้ชอบแล้ว ท่านก็ยังคงมีสติปัฏฐาน ๔ เป็นวิหารธรรม.
โดยสรุป พระพุทธองค์ทรงย้ำเตือนว่า ภิกษุผู้บวชใหม่ควรได้รับการส่งเสริมและตั้งมั่นใน สติปัฏฐาน ๔ นี้ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการปฏิบัติธรรมและก้าวไปสู่การบรรลุธรรมในที่สุด.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-04-27
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาลสูตร