เขมาเถริยาปทาน เป็นเรื่องราวประวัติและอดีตชาติของพระเขماเถรี เอตทัคคะผู้เลิศกว่า ภิกษุณีผู้มีปัญญามาก ในสมัยของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า นางได้เกิดในตระกูลเศรษฐี ณ กรุงหังสวดี ได้ฟังธรรมและถวายทานแด่พระศาสดา พร้อมทั้งตั้งความปรารถนาที่จะเป็นภิกษุณีผู้เลิศในด้านปัญญา ต่อมาพระองค์ทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาลภายภาคหน้า นางจะได้เป็นสาวิกาของพระโคดมพุทธเจ้า

ในระหว่างวัฏสงสาร นางได้สั่งสมบุญบารมี เกิดเป็นเทวดาและมนุษย์ เสวยราชสมบัติเป็นอัครมหេសีของพระราชาหลายพระองค์ และในสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้า นางได้เกิดเป็นพระราชธิดาของพระเจ้ากิกิแห่งเมืองพาราณสี นามว่า สมาณี ได้ประพฤติพรหมจรรย์และบำเพ็ญกุศลร่วมกับพระภิกษุณีรูปอื่นๆ เช่น พระอุบลวรรณา และพระปาตาจารา เป็นต้น

ในชาติปัจจุบัน นางเกิดเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าแคว้นมัททะ และอภิเษกสมรสเป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าพิมพิสาร นามว่า พระนางเขมา ในระยะแรก นางมีความมัวเมาในรูปโฉมและหลงใหลในความงามของตน จึงหลีกเลี่ยงการเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเกรงว่าพระองค์จะทรงตำหนิเรื่องรูปสวย ต่อมากษัตริย์พิมพิสารทรงอุบายให้พระนางเสด็จประพาสสวนป่าเวฬุวัน ซึ่งเป็นสถานที่อันรื่นรมย์และเป็นที่ประทับของพระศาสดา

เมื่อพระนางเขมาเสด็จไปถึง ได้ทอดพระเนตรเห็นพระพุทธองค์ประทับอยู่ พร้อมกับหญิงสาวรูปงามผู้หนึ่งที่กำลังปรนนิบัติอยู่ ต่อมาหญิงสาวงามนางนั้นได้แปรสภาพกลายเป็นคนแก่ชราและเสียชีวิตลงต่อหน้าต่อตา ทำให้พระนางเกิดความสังเวชสลดใจ (สังเวก) อย่างรุนแรง พระพุทธองค์จึงทรงแสดงธรรมเทศนาและตรัสสอนเกี่ยวกับ:

  • ความไม่เที่ยงแท้ของร่างกายและความงามอันเป็นรังแห่งโรคและสิ่งปฏิกูล
  • การพิจารณากายานุปัสสนาสติปัฏฐานเพื่อคลายความกำหนัดยินดี
  • การตัดรากเหง้าแห่งตัณหาและมานะเพื่อบรรลุความสงบระงับ

เมื่อสิ้นสุดพระธรรมเทศนา พระนางเขมาก็บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน ณ ที่นั้นทันที หลังจากนั้นพระนางได้ทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าพิมพิสารเพื่อออกบวชเป็นภิกษุณี และด้วยความเพียรพยายามปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่นานนักพระนางก็ได้บรรลุนิพพานเป็นพระอรหันต์ผู้เพียบพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณและวิชชา 3 ต่อมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงสถาปนาพระนางเขมาไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นเลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลายผู้มีปัญญามาก

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-08