ปฐมอานันทสูตรเริ่มต้นด้วยพระอานนท์ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า มีสิ่งเดียวที่อบรมแล้วทำให้สิ่ง ๔ อย่างบริบูรณ์ สิ่ง ๔ อย่างนั้นอบรมแล้วทำให้สิ่ง ๗ อย่างบริบูรณ์ และสิ่ง ๗ อย่างนั้นอบรมแล้วทำให้สิ่ง ๒ อย่างบริบูรณ์หรือไม่ พระพุทธองค์ทรงยืนยันว่า “มี อานนท์” และเฉลยว่าสิ่งนั้นคือ อานาปานสติ (สติกำหนดลมหายใจเข้าออก)
อานาปานสติที่อบรมแล้วทำให้ สติปัฏฐาน ๔ บริบูรณ์ได้อย่างไร:
- เมื่อภิกษุพิจารณาลมหายใจหยาบละเอียด กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก ดับระงับกายสังขาร ถือเป็นการพิจารณา กายานุปัสสนา เพราะลมหายใจเป็นส่วนหนึ่งของกาย.
- เมื่อภิกษุพิจารณาปีติ สุข ดับระงับจิตตสังขาร ถือเป็นการพิจารณา เวทนานุปัสสนา เพราะการใส่ใจลมหายใจเข้าออกเป็นการใส่ใจในเวทนา.
- เมื่อภิกษุพิจารณาจิต ยินดีในจิต ตั้งจิตมั่น ปล่อยจิต ถือเป็นการพิจารณา จิตตานุปัสสนา เพราะบุคคลที่ปราศจากสติและสัมปชัญญะจะเจริญอานาปานสติไม่ได้.
- เมื่อภิกษุพิจารณาความไม่เที่ยง ความคลายกำหนัด ความดับ ความสละคืน ถือเป็นการพิจารณา ธัมมานุปัสสนา เพราะปัญญาที่เห็นการละความโลภและโทมนัสแล้ว ย่อมพิจารณาอยู่ด้วยอุเบกขา.
สติปัฏฐาน ๔ ที่อบรมแล้วทำให้ โพชฌงค์ ๗ บริบูรณ์ได้อย่างไร:
เมื่อภิกษุมีสติมั่นคงและแจ่มใสในการพิจารณากาย เวทนา จิต หรือธรรม ย่อมเป็นผู้ปรารภ สติสัมโพชฌงค์. เมื่อพิจารณาไตร่ตรองด้วยปัญญา ย่อมปรารภ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์. เมื่อมีเพียรไม่ย่อหย่อน ย่อมปรารภ วิริยสัมโพชฌงค์. เมื่อปีติที่ไม่ใช่อามิสเกิดขึ้น ย่อมปรารภ ปีติสัมโพชฌงค์. เมื่อกายและใจสงบระงับ ย่อมปรารภ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์. เมื่อมีสุขแล้วจิตตั้งมั่น ย่อมปรารภ สมาธิสัมโพชฌงค์. และเมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมเป็นผู้พิจารณาดูอยู่ด้วย อุเบกขาสัมโพชฌงค์.
โพชฌงค์ ๗ ที่อบรมแล้วทำให้ วิชชาและวิมุตติ บริบูรณ์ได้อย่างไร:
เมื่อภิกษุเจริญโพชฌงค์ ๗ โดยอาศัย วิเวก (ความสงัด) วิราคะ (ความคลายกำหนัด) นิโรธ (ความดับ) และน้อมไปเพื่อ โวสสัคคะ (ความสละคืน) ย่อมทำให้วิชชาและวิมุตติบริบูรณ์.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปฐมอานันทสูตร