อายาจนวรรค หรือหมวดว่าด้วยการตั้งความปรารถนา รวบรวมพระสูตรที่ชี้ให้เห็นถึงแนวทางในการสร้างแรงบันดาลใจและหลักปฏิบัติที่นำไปสู่ชีวิตที่ถูกต้องดีงามในพระพุทธศาสนา โดยเริ่มต้นจากการระบุ บุคคลต้นแบบ ที่พุทธบริษัทสี่ควรยึดถือและตั้งความปรารถนาเพื่อเจริญรอยตาม
ผู้มีศรัทธาควรตั้งความปรารถนาเป็นเช่น:
- ภิกษุ: พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ผู้เป็นแบบอย่างและมาตรวัดสำหรับภิกษุทั้งหลาย
- ภิกษุณี: พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี ผู้เป็นแบบอย่างและมาตรวัดสำหรับภิกษุณีทั้งหลาย
- อุบาสก: จิตตคฤหบดีและหัตถกะชาวอาฬวี ผู้เป็นแบบอย่างและมาตรวัดสำหรับอุบาสกทั้งหลาย
- อุบาสิกา: นางขุชชุตตราและนางเวฬุกัณฏกี มารดาของนันทา ผู้เป็นแบบอย่างและมาตรวัดสำหรับอุบาสิกาทั้งหลาย
พระสูตรต่อมาเน้นย้ำถึง ผลของการกระทำและคุณสมบัติของบุคคล โดยเปรียบเทียบระหว่างคนพาลและบัณฑิต:
- คนพาล (ผู้ไม่ฉลาด): บุคคลผู้ไม่พิจารณาไตร่ตรองแล้วสรรเสริญผู้ที่ควรตำหนิ และตำหนิผู้ที่ควรสรรเสริญ, ไม่เลื่อมใสในสิ่งที่ควรเลื่อมใสและเลื่อมใสในสิ่งที่ไม่ควรเลื่อมใส, รวมถึงการประพฤติผิดต่อมารดาบิดาและพระตถาคตกับสาวก ย่อมทำให้ตนเองเสียหาย ถูกติเตียนจากบัณฑิต และก่อบาปมาก
- บัณฑิต (ผู้ฉลาด): บุคคลผู้พิจารณาไตร่ตรองแล้วตำหนิผู้ที่ควรตำหนิ และสรรเสริญผู้ที่ควรสรรเสริญ, เลื่อมใสในสิ่งที่ควรเลื่อมใสและไม่เลื่อมใสในสิ่งที่ไม่ควรเลื่อมใส, รวมถึงการประพฤติชอบต่อมารดาบิดาและพระตถาคตกับสาวก ย่อมทำให้ตนเองคงอยู่สมบูรณ์ ไม่ถูกติเตียนจากบัณฑิต และก่อบุญมาก
ท้ายสุด พระสูตรยังกล่าวถึง สองสิ่งสำคัญ ในการปฏิบัติธรรม:
- การชำระจิตของตน และการไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งใดในโลก
- ความโกรธและความเคือง
- การขจัดความโกรธ และการขจัดความเคือง
สรุปได้ว่า อายาจนวรรคสอนให้เรามี ความปรารถนาที่ถูกต้อง โดยยึดมั่นในแบบอย่างอันประเสริฐ ใช้ ปัญญาและวิจารณญาณ ในการแยกแยะสิ่งถูกผิด ควรไม่ควร ตลอดจนการ ประพฤติชอบ ต่อผู้มีพระคุณและพระรัตนตรัย พร้อมทั้งมุ่งมั่นที่จะ ชำระจิตใจ ให้บริสุทธิ์จากกิเลส เพื่อความเจริญก้าวหน้าในทางธรรม.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-29