พระสูตรติกัณณสูตรกล่าวถึง ติกัณณะพราหมณ์ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและชื่นชมพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญในไตรเพท
เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสถามถึงคุณสมบัติของพราหมณ์ผู้ทรงไตรเพทตามความเห็นของพราหมณ์ ติกัณณะพราหมณ์ตอบว่า
- เป็นผู้เกิดดีทั้งฝ่ายมารดาและบิดา มีเชื้อสายบริสุทธิ์ถึงเจ็ดชั่วบรรพบุรุษ
- ท่องจำและเชี่ยวชาญไตรเพทพร้อมคำศัพท์ พิธีการ หลักสัทศาสตร์ วากยสัมพันธ์ และเรื่องราวประกอบ
- มีความรู้ในจักรวาลวิทยาและลักษณะมหาบุรุษ
ซึ่งเน้นความสำคัญของชาติกำเนิดและการศึกษาคัมภีร์ภายนอก
พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า "ไตรวิชชาของพราหมณ์แตกต่างจากไตรวิชชาในวินัยของพระอริยเจ้าโดยสิ้นเชิง" และเมื่อติกัณณะพราหมณ์ขอให้แสดง ตรัสว่า:
- การบำเพ็ญสมาธิ: พระภิกษุผู้สงัดจากกามและอกุศลธรรม เข้าถึงและพำนักอยู่ในปฐมฌานถึงจตุตถฌาน จิตจึงบริสุทธิ์ ผ่องใส ปราศจากมลทิน และตั้งมั่น
- วิชชาที่ ๑: บุพเพนิวาสานุสสติญาณ (ความรู้ระลึกชาติ) ระลึกชาติหนหลังได้หลายภพหลายชาติพร้อมรายละเอียด
- วิชชาที่ ๒: จุตูปปาตญาณ (ความรู้เห็นการจุติและอุบัติของสัตว์) เห็นหมู่สัตว์ที่เกิดและตาย ไปสู่สุคติหรือทุคติ ตามกรรมที่กระทำด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์
- วิชชาที่ ๓: อาสวักขยญาณ (ความรู้ในความสิ้นไปแห่งอาสวะ) รู้แจ้งในอริยสัจสี่ และรู้แจ้งในอาสวะ (กาม อวิชชา ภว) พร้อมทั้งเหตุเกิด ความดับ และปฏิปทา เมื่อจิตหลุดพ้นจากอาสวะเหล่านั้น ย่อมรู้ว่าชาตินี้สิ้นแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว
พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าผู้ที่เข้าถึงไตรวิชชาเหล่านี้อย่างแท้จริงคือผู้ที่ขจัดอวิชชา นำความรู้และแสงสว่างมาสู่ตน เป็นพราหมณ์ผู้ทรงไตรวิชชาที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงผู้ท่องจำสิ่งที่ได้ยินมา
ติกัณณะพราหมณ์กล่าวชื่นชมอย่างยิ่ง ยอมรับว่าไตรวิชชาของพราหมณ์ไม่อาจเทียบได้แม้เพียงส่วนที่ ๑๖ ของไตรวิชชาในวินัยของพระอริยเจ้า จากนั้นจึงประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-29