Cūḷasaccakasutta

จูฬสัจจกสูตร

The Shorter Discourse With Saccaka

ข้อมูลพระสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 12
นิกายมัชฌิมนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังสัจจกะ นิครนถบุตร
สถานที่กรุงเวสาลี
อ่านพระสูตรจูฬสัจจกสูตร →

สรุปเนื้อหา จูฬสัจจกสูตร

จูฬสัจจกสูตร (มัชฌิมนิกาย มู.ป. ๑๒/๓๙๒/๓๐๐-๓๐๙, MN 35) เป็นพระสูตรที่บันทึกบทสนทนาระหว่างพระพุทธเจ้ากับสัจจกนิครนถ์ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้เมืองเวสาลี สัจจกะเป็นนักโต้วาทะผู้มีความมั่นใจในตนเองสูง เคยกล่าวโอ้อวดว่าไม่มีสมณะหรือพราหมณ์คนใดสามารถโต้ตอบวาทะกับตนได้โดยไม่ประหม่า

วันหนึ่ง สัจจกะได้พบพระอัสสชิเถระ และสอบถามถึงคำสอนที่พระสมณโคดมทรงแสดงแก่เหล่าสาวก พระอัสสชิได้ตอบว่า พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ล้วนไม่เที่ยง ไม่ใช่ตน และธรรมทั้งปวงไม่ใช่ตน สัจจกะไม่เห็นด้วยกับคำสอนนี้ และเชื่อว่าขันธ์ ๕ คือตน จึงตั้งใจจะไปโต้เถียงกับพระพุทธเจ้า เพื่อปลดเปลื้องพระองค์ออกจากทิฏฐิที่เห็นว่าขันธ์ ๕ ไม่ใช่ตน

สัจจกะพร้อมด้วยเจ้าลิจฉวีจำนวนมาก ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และเริ่มการโต้เถียง โดยยืนยันว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เป็นตน เหมือนพืชพันธุ์ที่ต้องอาศัยแผ่นดินจึงจะเจริญงอกงามได้ พระพุทธเจ้าทรงตอบโต้ด้วยการยกตัวอย่างว่า ผู้ใดมีอำนาจเหนือสิ่งที่ตนเป็นเจ้าของ เช่น พระเจ้าแผ่นดินมีอำนาจเหนืออาณาเขตของตน ก็สามารถจัดการกับผู้คนในอาณาเขตได้ตามพระทัย หากขันธ์ ๕ เป็นตนจริง สัจจกะก็ควรมีอำนาจสั่งให้ขันธ์ ๕ เป็นไปตามที่ต้องการได้

เมื่อถูกพระพุทธเจ้าซักไซ้ไล่เลียง สัจจกะกลับนั่งนิ่งอึ้ง เก้อเขิน คอตก หมดปฏิภาณ พระพุทธเจ้าจึงอธิบายต่อว่า การเห็นเบญจขันธ์ตามความเป็นจริงว่า "นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่ได้เป็นนั่น นั่นไม่ใช่ตนของเรา" ย่อมทำให้สาวกหมดความสงสัย และบรรลุความเป็นพระอรหันต์ หลุดพ้นเพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น สัจจกะยอมรับความพ่ายแพ้และกล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้ที่ไม่มีใครสามารถรุกรานได้ และได้นิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์ไปฉันภัตตาหารที่อารามของตนในวันรุ่งขึ้น

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-04-02
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka