The Shorter Discourse on the Cowherd
จูฬโคปาลสูตร (มัชฌิมนิกาย MN 34) เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่องค์ภิกษุทั้งหลาย ณ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เมืองอุกกเจลา แคว้นวัชชี โดยทรงยกอุปมาด้วยเรื่องของ คนเลี้ยงโค เพื่อเปรียบเทียบกับวิธีการฝึกสอนของพระองค์และผลลัพธ์ที่เหล่าสาวกได้รับในการบรรลุธรรม
พระพุทธองค์ทรงเล่าถึง คนเลี้ยงโคผู้ไม่ฉลาด ชาวแคว้นมคธ ซึ่งต้อนฝูงโคให้ข้ามแม่น้ำคงคาในฤดูสารท โดยมิได้พิจารณาท่าข้ามที่ดี ทำให้โคจมน้ำตายกลางกระแสเพราะติดวังวน ฉันใดก็ดี สมณพราหมณ์ที่ไม่ฉลาดในโลกนี้และโลกหน้า ไม่ฉลาดในธรรมอันเป็นที่อยู่แห่งมารและไม่เป็นที่อยู่แห่งมาร ย่อมนำพาผู้ที่เชื่อฟังไปสู่ความพินาศและเป็นทุกข์ตลอดกาลนาน ฉันนั้น
แต่ คนเลี้ยงโคผู้ฉลาด ชาวแคว้นมคธ ย่อมพิจารณาท่าข้ามอย่างรอบคอบ ต้อนโคข้ามแม่น้ำเป็นลำดับ เริ่มจากโคจ่าฝูง โคมีกำลัง โคหนุ่มสาว ลูกโคอ่อน และลูกโคเกิดใหม่ ให้ข้ามถึงฝั่งได้โดยสวัสดี อุปมานี้เปรียบพระพุทธองค์ผู้ทรงฉลาดในโลกนี้และโลกหน้า ทรงชี้ทางแห่งการข้ามพ้นวัฏสงสาร ซึ่งประกอบด้วยเหล่าสาวกผู้บรรลุธรรมในระดับต่าง ๆ ดังนี้
๑. พระอรหันต์ เปรียบเหมือนโคอุสภะ (โคจ่าฝูง) ที่แข็งแรง ว่ายตัดกระแสแม่น้ำถึงฝั่งโดยปลอดภัย เพราะท่านสิ้นอาสวะแล้ว บรรลุวิมุตติหลุดพ้นโดยชอบ
๒. พระอนาคามี เปรียบเหมือนโคมีกำลังและฝึกหัดได้ดี เพราะท่านละสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว ไม่กลับมาเกิดในโลกนี้อีก ปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ
๓. พระสกทาคามี เปรียบเหมือนโคหนุ่มสาว เพราะท่านละสังโยชน์ ๓ ได้ และทำราคะ โทสะ โมหะ ให้เบาบางลง จะกลับมาเกิดในโลกนี้อีกเพียงครั้งเดียวแล้วจะทำที่สุดแห่งทุกข์
๔. พระโสดาบัน เปรียบเหมือนลูกโคและโคที่ซูบผอม เพราะท่านละสังโยชน์ ๓ ได้ มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า
๕. สัทธานุสารีและธัมมานุสารี เปรียบเหมือนลูกโคที่เพิ่งเกิดใหม่ ที่ว่ายน้ำข้ามตามเสียงแม่โคไปได้อย่างปลอดภัย คือ ผู้ที่ยังต้องอาศัยศรัทธาและการฟังธรรมเพื่อดำเนินตามมรรค
พระพุทธเจ้าทรงประกาศว่า พระองค์ทรงเป็นผู้ชำนาญในโลกนี้และโลกหน้า เป็นผู้เปิดประตูอมตะ คือ อริยมรรค ไปสู่ความสงบคือพระนิพพาน ผู้ใดเชื่อฟังพระองค์ ย่อมได้รับประโยชน์และความสุขตลอดกาลนาน
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →