ติตถสูตรกล่าวถึงทิฏฐิ 3 ประการที่พระพุทธองค์ทรงพิจารณาแล้วเห็นว่าจะนำไปสู่ การไม่กระทำ (Inaction) และปราศจากความเพียรพยายามในการสร้างความดี
ทิฏฐิเหล่านั้นได้แก่:
- บางสมณพราหมณ์เชื่อว่า: ทุกสิ่งที่บุคคลประสบ ไม่ว่าสุข ทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ ล้วนเป็นเพราะกรรมเก่า
- บางสมณพราหมณ์เชื่อว่า: ทุกสิ่งที่บุคคลประสบ ล้วนเป็นเพราะการสร้างของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
- บางสมณพราหมณ์เชื่อว่า: ทุกสิ่งที่บุคคลประสบ ไม่มีเหตุปัจจัย
พระพุทธองค์ทรงโต้แย้งทิฏฐิทั้งสามนี้ว่า หากเป็นเช่นนั้น การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม และการกระทำที่เป็นอกุศลอื่นๆ ก็จะถือว่าเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยเหล่านั้น ผู้ที่เชื่อเช่นนี้จึงไม่มีฉันทะ ความพยายาม หรือความสำนึกว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ พวกเขาจึงประมาทเลินเล่อ และไม่สมควรถูกเรียกว่าสมณะ
ตรงกันข้าม พระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสอนนั้น ไม่มีใครค้านได้ บริสุทธิ์ ปราศจากที่ติ และไม่ถูกนักปราชญ์ติเตียน หลักธรรมนั้นได้แก่:
- ธาตุ 6: ได้แก่ ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ และวิญญาณ
- ผัสสะ 6: ได้แก่ การสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
- มโนปวิจาร 18: ได้แก่ การที่เมื่อเห็นรูป ฟังเสียง ฯลฯ ด้วยอายตนะต่างๆ แล้วเกิดการยึดถือว่าเป็นสุข ทุกข์ หรืออุเบกขา
- อริยสัจ 4: หลักธรรมสูงสุดที่ทรงอธิบายอย่างละเอียดว่า ด้วยการอาศัยธาตุ 6 จึงมีการปฏิสนธิเป็นนามรูป ซึ่งนำไปสู่สฬายตนะ ผัสสะ และเวทนา ผู้ที่รู้สึกเวทนาจึงควรได้รู้แจ้งอริยสัจ 4 อันได้แก่:
- ทุกข์: การเกิด แก่ ตาย โศก รำพัน เสียใจ คับแค้นใจ การประสบสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก การไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา และโดยย่อคืออุปาทานขันธ์ 5
- สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์): อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร... ไปจนถึง... ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส (กระบวนการปฏิจจสมุปบาท)
- นิโรธ (ความดับทุกข์): ความดับไม่เหลือแห่งอวิชชาเป็นปัจจัยให้สังขารดับ... ไปจนถึงความดับแห่งกองทุกข์ทั้งหมด
- มรรค (ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์): อริยมรรคมีองค์ 8 ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ
พระพุทธองค์ทรงย้ำว่า อริยสัจ 4 นี้คือพระธรรมที่ไม่มีใครค้านได้ บริสุทธิ์ ปราศจากที่ติ และไม่ถูกสมณพราหมณ์ผู้มีปัญญาติเตียน
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-29