พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่นางวิสาขามิคารมารดาถึง อุโบสถ 3 ประเภท ได้แก่
- อุโบสถของคนเลี้ยงโค: ผู้รักษาอุโบสถคิดแต่เรื่องการกินอยู่ของวันนี้และพรุ่งนี้ มีจิตประกอบด้วยความโลภ ไม่เกิดผลมาก
- อุโบสถของนิครนถ์: ผู้รักษาอุโบสถตั้งเขตไม่ทำร้ายสัตว์ในระยะทางหนึ่งร้อยโยชน์ แต่ก็ยังแบ่งแยกเมตตา และกล่าวคำโกหกเรื่องการไม่เป็นเจ้าของสิ่งใด ซึ่งถือเป็นการลักขโมย ไม่เกิดผลมากเช่นกัน
แต่ อริยอุโบสถ หรืออุโบสถของพระอริยะ เป็นการชำระจิตที่เศร้าหมองให้บริสุทธิ์ มีอานิสงส์มากยิ่ง โดยกระทำผ่านการระลึกถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้
- พุทธานุสสติ: ระลึกถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้จิตผ่องใส (เปรียบเหมือนชำระศีรษะที่สกปรก)
- ธัมมานุสสติ: ระลึกถึงคุณของพระธรรม ทำให้จิตผ่องใส (เปรียบเหมือนชำระกายที่สกปรก)
- สังฆานุสสติ: ระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ ทำให้จิตผ่องใส (เปรียบเหมือนชำระผ้าที่สกปรก)
- สีลานุสสติ: ระลึกถึงศีลของตนที่บริสุทธิ์ ทำให้จิตผ่องใส (เปรียบเหมือนชำระกระจกที่สกปรก)
- เทวตานุสสติ: ระลึกถึงคุณความดี (ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา) ของเทวดาและของตนเอง ทำให้จิตผ่องใส (เปรียบเหมือนชำระทองเนื้อหยาบ)
หลังจากชำระจิตแล้ว ผู้รักษาอริยอุโบสถจะสำรวมรักษา อุโบสถศีล 8 ประการ โดยรำพึงว่า “พระอรหันต์ละการฆ่าสัตว์ ...” และปฏิบัติตามนั้นตลอดวันและคืน ได้แก่
- ละเว้นจากการฆ่าสัตว์
- ละเว้นจากการลักทรัพย์
- ละเว้นจากการประพฤติอพรหมจรรย์
- ละเว้นจากการพูดเท็จ
- ละเว้นจากการดื่มสุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
- ละเว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล
- ละเว้นจากการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี และการประดับตกแต่งร่างกายด้วยดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้
- ละเว้นจากการนอนบนที่นอนสูงใหญ่และหรูหรา
การรักษา อริยอุโบสถ เช่นนี้มี อานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ซึ่งแม้การเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ครองแคว้นใหญ่ 16 แคว้น ก็ยังเทียบไม่ได้เพียงหนึ่งในสิบหกของอานิสงส์นี้ เพราะการปกครองของมนุษย์เป็นสิ่งเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสุขในเทวโลก ผู้ที่รักษาอุโบสถศีล 8 จะมีโอกาสได้ไปเกิดในหมู่เทพเจ้าชั้นต่างๆ เช่น เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี และปรนิมมิตวสวัตดี ตามกำลังบุญของตน
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-29