Fallen
พระสูตรนี้ (อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต 3.110 พยาปันนสูตร) พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดีเกี่ยวกับความสำคัญของสภาพจิตใจและผลกระทบต่อการกระทำและการตาย โดยมีใจความสำคัญดังนี้
พระพุทธองค์ทรงสอนว่า เมื่อใดที่ จิตตกต่ำ หรือมีสภาพเสื่อมทราม การกระทำทางกาย วาจา และใจ ก็ย่อมตกต่ำตามไปด้วย. บุคคลผู้ซึ่งมีการกระทำทั้งกาย วาจา และใจที่ตกต่ำเช่นนี้ จะไม่ประสบกับการตายที่ดีงาม.
พระองค์ทรงเปรียบเทียบเหมือนกับเรือนยอดที่มีหลังคาไม่ดี เมื่อหลังคาเสีย ยอดเรือนก็พังทลายลง โครงสร้างอื่นๆ เช่น ขื่อและฝาก็จะพังตามกันมา. ในทำนองเดียวกัน จิตใจที่ตกต่ำเป็นบ่อเกิดของการกระทำที่ไม่ดีทั้งปวง และนำไปสู่ความตายที่ไม่น่าปรารถนา.
ในทางตรงกันข้าม เมื่อใดที่ จิตไม่ตกต่ำ หรือมีสภาพที่ตั้งมั่นดี การกระทำทางกาย วาจา และใจ ก็ย่อมไม่ตกต่ำตามไปด้วย. บุคคลผู้ซึ่งมีการกระทำทั้งกาย วาจา และใจที่ไม่ตกต่ำเช่นนี้ ย่อมจะประสบกับการตายที่ดีงาม.
เปรียบได้กับเรือนยอดที่มีหลังคาดีเยี่ยม เมื่อหลังคาแข็งแรง ยอดเรือนก็ไม่พังทลาย ขื่อและฝาก็ไม่ทรุดโทรม. เช่นเดียวกัน จิตใจที่ไม่ตกต่ำเป็นรากฐานของการกระทำที่ดีงามทั้งปวง ซึ่งนำไปสู่ความตายอันสงบและเป็นที่พึงพอใจ.
คำสอนหลักในพระสูตรนี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญสูงสุดของ สภาพจิตใจ. การมีจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส และตั้งมั่นดี เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดคุณภาพของการกระทำในชีวิต และเป็นตัวกำหนดว่าบุคคลนั้นจะเผชิญกับการตายที่ดีหรือไม่ดี.
ดังนั้น การฝึกฝนดูแลจิตใจไม่ให้ตกต่ำ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินชีวิตตามหลักพระธรรม เพื่อให้เกิดการกระทำที่เป็นกุศล และนำไปสู่จุดจบแห่งชีวิตที่ดีงามในที่สุด.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพยาปันนสูตร