ในอัสสาชานียสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยทรงเปรียบเทียบม้าอัสสชาไนยชั้นเลิศ ๓ ชนิด กับบุคคลอัสสชาไนยชั้นเลิศ ๓ ชนิด
พระองค์ตรัสว่า ม้าอัสสชาไนยชั้นเลิศ ๓ ประการนั้น ได้แก่ ม้าที่ เร็ว งาม และ สมส่วน
จากนั้นพระองค์ทรงอธิบายถึงบุคคลอัสสชาไนยชั้นเลิศ ๓ ประการ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ เร็ว งาม และ สมส่วน เช่นกัน แต่มีความหมายลึกซึ้งในทางธรรม
- บุคคลที่ เร็ว คือ ภิกษุผู้ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติอันไม่เศร้าหมองได้ในปัจจุบันนี้เอง และอยู่ด้วยการทำให้แจ้งธรรมเหล่านั้นด้วยปัญญาอันยิ่ง เพราะสิ้นอาสวะแล้ว คุณสมบัตินี้แสดงถึงการบรรลุอรหัตผลและกำจัดกิเลสได้อย่างรวดเร็วในชาตินี้
- บุคคลที่ งาม คือ ภิกษุผู้เมื่อถูกถามปัญหาเกี่ยวกับพระธรรมวินัย ก็สามารถตอบได้โดยไม่ติดขัด คุณสมบัตินี้แสดงถึงความเชี่ยวชาญแตกฉานในพระธรรมและมีความสามารถในการแสดงธรรมได้อย่างคล่องแคล่ว
- บุคคลที่ สมส่วน คือ ภิกษุผู้ได้รับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ซึ่งเป็นปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการประพฤติพรหมจรรย์ คุณสมบัตินี้แสดงถึงการได้รับอุปถัมภ์ค้ำชูจากทายก ทำให้สามารถดำรงชีพและบำเพ็ญเพียรได้อย่างเหมาะสม
โดยสรุป พระสูตรนี้เน้นย้ำว่าบุคคลอัสสชาไนยชั้นเลิศ คือ ผู้ที่บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ มีความแตกฉานในการแสดงธรรม และได้รับปัจจัยอันสมควรแก่การประพฤติพรหมจรรย์ เปรียบเสมือนม้าชั้นเลิศที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-30
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัสสาชานียสูตร