พระสูตร "อัปปัสสุตสูตร" นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงลักษณะของบุคคล ๔ ประเภทที่ปรากฏอยู่ในโลก โดยพิจารณาจากการเรียนรู้และการเข้าใจในพระธรรมวินัย
- บุคคลผู้ เรียนรู้น้อย แต่ไม่เข้าใจสาระสำคัญ: คือผู้ที่ได้ศึกษาพุทธพจน์และธรรมวินัยมาเพียงเล็กน้อย และจากการเรียนรู้อันน้อยนั้น เขาก็ไม่เข้าใจทั้งอรรถะ (ความหมาย) ไม่เข้าใจทั้งพยัญชนะ (คำสอน) และไม่สามารถน้อมนำไปปฏิบัติให้สมควรแก่ธรรมได้
- บุคคลผู้ เรียนรู้น้อย แต่เข้าใจสาระสำคัญ: คือผู้ที่ได้ศึกษาพุทธพจน์และธรรมวินัยมาเพียงเล็กน้อย แต่จากการเรียนรู้อันน้อยนั้น เขากลับเข้าใจทั้งอรรถะ ทั้งพยัญชนะ และสามารถน้อมนำไปปฏิบัติให้สมควรแก่ธรรมได้
- บุคคลผู้ เรียนรู้มาก แต่ไม่เข้าใจสาระสำคัญ: คือผู้ที่ได้ศึกษาพุทธพจน์และธรรมวินัยมามาก แต่ถึงแม้จะเรียนรู้มามาก เขาก็ไม่เข้าใจทั้งอรรถะ ทั้งพยัญชนะ และไม่สามารถน้อมนำไปปฏิบัติให้สมควรแก่ธรรมได้
- บุคคลผู้ เรียนรู้มาก และเข้าใจสาระสำคัญ: คือผู้ที่ได้ศึกษาพุทธพจน์และธรรมวินัยมามาก และจากการเรียนรู้อันมากนั้น เขาก็เข้าใจทั้งอรรถะ ทั้งพยัญชนะ และสามารถน้อมนำไปปฏิบัติให้สมควรแก่ธรรมได้
พระพุทธองค์ยังทรงสอนต่อไปถึงการได้รับคำสรรเสริญหรือคำตำหนิ ซึ่งขึ้นอยู่กับทั้งการเรียนรู้และ การตั้งมั่นในศีล:
- หาก เรียนรู้น้อยและศีลไม่ดี ย่อมถูกติเตียนทั้งเรื่องศีลและการเรียนรู้
- หาก เรียนรู้น้อยแต่ศีลดี ย่อมได้รับคำสรรเสริญในเรื่องศีล เพราะการเรียนรู้ของเขาเป็นผลสำเร็จ (นำไปสู่ศีลที่ดี)
- หาก เรียนรู้มากแต่ศีลไม่ดี ย่อมถูกติเตียนในเรื่องศีล เพราะการเรียนรู้ของเขาไม่เป็นผลสำเร็จ (ไม่สามารถนำไปสู่ศีลที่ดีได้)
- หาก เรียนรู้มากและศีลดี ย่อมได้รับคำสรรเสริญทั้งเรื่องศีลและการเรียนรู้
สรุปได้ว่า พระสาวกผู้มีปัญญา เป็นพหูสูต ทรงจำธรรมได้ดี และ ตั้งมั่นในศีล เปรียบดุจทองคำบริสุทธิ์ ย่อมไม่ถูกใครตำหนิได้เลยแม้แต่เทวดาและพรหมต่างก็สรรเสริญ นี่คือ ใจความสำคัญ ที่ชี้ให้เห็นว่าการเรียนรู้จะต้องควบคู่ไปกับการปฏิบัติและการรักษาศีล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นที่ยกย่อง.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-30
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัปปัสสุตสูตร