พระสูตรนี้ (สังโยชนสูตร: an4.88) พระพุทธองค์ทรงจำแนกบุคคลผู้ปฏิบัติธรรมออกเป็น 4 ประเภท ตามระดับการละสังโยชน์และความบริสุทธิ์ของจิต โดยเปรียบเทียบกับดอกบัวแต่ละชนิด เพื่อให้เห็นถึงความก้าวหน้าในเส้นทางแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์ ดังนี้:
- สมณะผู้เป็นปทุมะ (Confirmed ascetic): หมายถึง พระโสดาบัน ผู้ละสังโยชน์เบื้องต่ำได้ 3 ประการ เป็นผู้เที่ยงแท้ต่อการตรัสรู้ ไม่ต้องตกไปสู่อบายภูมิอีกต่อไป
- สมณะผู้เป็นบุณฑริก (White lotus ascetic): หมายถึง พระสกทาคามี ผู้ละสังโยชน์ได้ 3 ประการ และทำให้ราคะ โทสะ โมหะ เบาบางลง จะกลับมาเกิดในโลกนี้อีกเพียงครั้งเดียวแล้วจะทำที่สุดแห่งทุกข์
- สมณะผู้เป็นปทุมะ (Pink lotus ascetic): หมายถึง พระอนาคามี ผู้ละสังโยชน์เบื้องต่ำทั้ง 5 ประการได้เด็ดขาด ไปเกิดในสุทธาวาสพรหมโลกและปรินิพพานในที่นั้น ไม่ต้องกลับมาสู่กามโลกนี้อีก
- สมณะผู้เป็นสมณปุณฑริก (Delicate ascetic of ascetics): หมายถึง พระอรหันต์ ผู้ทำอาสวะให้สิ้นไป บรรลุเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน
ใจความสำคัญของพระสูตรนี้คือการชี้ให้เห็นว่า ความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ วัดกันที่การละสังโยชน์หรือกิเลสที่ผูกมัดสัตว์ไว้ในวัฏสงสาร ซึ่งแต่ละระดับจะนำพาบุคคลไปสู่ความพ้นทุกข์ที่ละเอียดประณีตขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งถึงที่สุดคือ ความเป็นพระอรหันต์ ผู้หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงในปัจจุบันชาติ ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติในพระพุทธศาสนา
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-30
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสังโยชนสูตร