พระสูตรนี้เปรียบเทียบคุณลักษณะของบุคคลโดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามหลักของ มิจฉามรรค และ สัมมามรรค (มรรคมีองค์ 10) เพื่อชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างผู้ที่มีลักษณะนิสัยในทางเสื่อมและทางเจริญ โดยพระพุทธองค์ทรงสอนให้เห็นว่าลำพังเพียงแค่การปฏิบัติตนเองนั้นยังไม่เพียงพอ แต่การชักชวนผู้อื่นให้ปฏิบัติในทางที่ดีย่อมถือเป็นความประเสริฐที่ยิ่งกว่า
โดยสรุปแบ่งได้เป็น 2 หมวดหมู่ ดังนี้:
- กลุ่มที่มีลักษณะนิสัยไม่ดี (Bad & Worse Character):
- คนที่มีลักษณะนิสัยเลว (Bad Character): คือผู้ที่ประกอบด้วย มิจฉาทิฐิ จนถึง มิจฉาวิมุตติ (มรรค 10 ประการที่เป็นมิจฉา) ได้แก่ ความเห็นผิด ดำริผิด วาจาผิด การกระทำผิด เลี้ยงชีพผิด พยายามผิด ระลึกผิด ตั้งมั่นผิด รู้ผิด และหลุดพ้นผิด
- คนที่มีลักษณะนิสัยเลวทรามยิ่งกว่า (Worse Character): คือผู้ที่ประกอบด้วยมิจฉาทิฐิและองค์ธรรมฝ่ายผิดทั้งหมดเช่นเดียวกัน แต่ที่เลวยิ่งกว่าเพราะ เป็นผู้ชักชวนผู้อื่น ให้ประกอบอยู่ในความเห็นผิดและการกระทำที่ผิดเหล่านั้นด้วย
- กลุ่มที่มีลักษณะนิสัยดี (Good & Better Character):
- คนที่มีลักษณะนิสัยดี (Good Character): คือผู้ที่ประกอบด้วย สัมมาทิฐิ จนถึง สัมมาวิมุตติ (มรรค 10 ประการที่เป็นสัมมา) ได้แก่ ความเห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ การกระทำชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ ตั้งมั่นชอบ รู้ชอบ และหลุดพ้นชอบ
- คนที่มีลักษณะนิสัยดียิ่งกว่า (Better Character): คือผู้ที่ประกอบด้วยสัมมาทิฐิและองค์ธรรมฝ่ายถูกทั้งหมด แต่ที่ดียิ่งกว่าเพราะ เป็นผู้ชักชวนผู้อื่น ให้ตั้งมั่นอยู่ในความดีงามและมรรคมีองค์ 10 เหล่านั้นด้วย
ใจความสำคัญของพระสูตรนี้คือการเน้นย้ำถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น โดยผู้ที่ปฏิบัติตนอยู่ในสัมมาปฏิบัติและสามารถเกื้อกูลให้ผู้อื่นดำเนินตามเส้นทางแห่งความถูกต้องได้นั้น ถือเป็นบุคคลที่มีลักษณะนิสัยประเสริฐที่สุดในทางธรรม
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-31
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจตุตถปาปธัมมสูตร