อัสสขฬุงกสูตร (อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต) พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมด้วยม้าพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจถึงคุณลักษณะของบุคคล โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ ม้าลูกขฬุงกะ (ม้าฝึกหัด), ม้าพันธุ์เลว (ม้าตัวรอง) และ ม้าอาชาไนย (ม้าพันธุ์ดี) โดยในแต่ละกลุ่มจะมีระดับความสมบูรณ์ 3 ประการ คือ ความเร็ว (ชะวะ), ความงาม (วัณณะ), และความสมบูรณ์ของรูปร่าง (อาโรหปริณาหะ)

หลักเกณฑ์ที่พระพุทธองค์ทรงนำมาเปรียบเทียบกับภิกษุมีดังนี้:

  • ความเร็ว (ชะวะ): เปรียบได้กับ การบรรลุธรรม หรือปัญญาในการรู้แจ้งอริยสัจ 4 ตามความเป็นจริง
  • ความงาม (วัณณะ): เปรียบได้กับ ความเชี่ยวชาญในพระธรรมวินัย คือสามารถตอบปัญหาธรรมและวินัยได้อย่างถูกต้อง ไม่สับสน
  • ความสมบูรณ์ของรูปร่าง (อาโรหปริณาหะ): เปรียบได้กับ ความเป็นผู้มีลาภ คือได้รับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร

ในกลุ่มภิกษุผู้เปรียบเสมือนม้าแต่ละประเภท พระพุทธองค์ทรงจำแนกไว้ตามระดับการบรรลุธรรม ดังนี้:

  • ปุริสขฬุงกะ: คือภิกษุผู้รู้แจ้งอริยสัจ 4 (บรรลุธรรมเบื้องต้น) แต่ยังขาดความเชี่ยวชาญในพระธรรมวินัยหรือไม่มีลาภตามลำดับ
  • ปุริสอัสสะ: คือภิกษุผู้เป็นพระอนาคามี ผู้มีปัญญาแตกฉานและมีลาภ
  • ภัททปุริสาชาไนย: คือภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ทำอาสวะให้สิ้นไป บรรลุเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันหาอาสวะมิได้ด้วยตนเอง มีความเชี่ยวชาญในพระธรรมวินัย และมีลาภบริบูรณ์

สรุปได้ว่า พระพุทธองค์ทรงสอนให้ภิกษุเปรียบเทียบตนเองเพื่อพัฒนาคุณธรรม 3 ประการ คือ การเจริญวิปัสสนาให้เกิดปัญญา การศึกษาเล่าเรียนให้แตกฉาน และ การรักษาศีลธรรมอันดีจนเป็นที่เลื่อมใส เพื่อให้เป็นผู้มีความสมบูรณ์พร้อมดุจม้าอาชาไนยที่ควรค่าแก่การเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-10-31