พระสูตรนี้เปรียบเทียบการต่อสู้ระหว่าง เทวดาและอสูร เพื่ออธิบายสภาวะจิตและการหลุดพ้นจาก มาร โดยแบ่งสถานการณ์ออกเป็นสองระยะ คือระยะของการต่อสู้ที่ยังมีการแพ้ชนะและล่าถอย ซึ่งเปรียบเสมือนการเข้าถึงสมาธิระดับต่างๆ ที่จิตมีความปลอดภัยชั่วคราวจากกิเลส แต่ยังไม่ถึงที่สุดแห่งทุกข์
พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบการเข้าสู่ ฌานสมาบัติ เป็นเหมือนการที่เหล่าเทวดาหรืออสูรถอยกลับเข้าสู่ที่มั่น (ปราสาทหรือเมือง) ซึ่งมารไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยแบ่งระดับความปลอดภัยได้ดังนี้:
- ระดับความปลอดภัยชั่วคราว: ได้แก่ รูปฌาน 4 (ปฐมฌาน ถึง จตุตถฌาน) ในสภาวะนี้ผู้ปฏิบัติจะรู้สึกว่าตนอยู่ในที่ปลอดภัย มารไม่สามารถทำอันตรายได้ แต่ยังเป็นเพียงการหลบภัยในที่มั่น
- ระดับการหลุดพ้นถาวร (การทำให้มารตาบอด): ได้แก่ อรูปฌาน 4 (อากาสานัญจายตนะ ถึง เนวสัญญานาสัญญายตนะ) และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัญญาเวทยิตนิโรธ (การดับสัญญาและเวทนา) สภาวะนี้ถือว่าผู้ปฏิบัติได้ทำลายดวงตาของมาร ทำให้มารมองไม่เห็น เป็นการเข้าถึงสภาวะที่กิเลสมารไม่สามารถติดตามได้อีกต่อไป
ใจความสำคัญและคำสอนหลักของพระสูตรนี้คือ การชี้ให้เห็นว่าสมาธิในระดับต้นๆ แม้จะปลอดภัยจากอกุศลธรรมชั่วคราว แต่ยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางสูงสุด การที่ผู้ปฏิบัติจะก้าวข้ามการครอบงำของมารได้อย่างเด็ดขาด ต้องอาศัยการเจริญภาวนาจนถึงระดับที่ สิ้นอาสวะกิเลส ด้วยปัญญาอันเห็นชอบ ซึ่งเปรียบเสมือนการที่ผู้ปฏิบัติได้ก้าวข้ามผ่านเครื่องผูกพันทั้งปวงในโลก และไปอยู่ในที่ที่มารไม่อาจมองเห็นได้อีกต่อไป
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทวาสุรสังคามสูตร