สรุปเนื้อหาพระสูตร: ชัมพุกาชีวกวัตถุ
เรื่องราวเริ่มต้นในอดีตกาล ชัมพุกาชีวก เคยเป็นภิกษุผู้ประพฤติพรหมจรรย์ แต่เกิดความริษยาและโกรธแค้นภิกษุขีณาสพ (พระอรหันต์) รูปหนึ่งที่ได้รับความเคารพจากกุฎุมพี จึงได้ด่าทอพระอรหันต์ด้วยถ้อยคำรุนแรง ด้วยวิบากกรรมจากการด่าพระอรหันต์นี้ ทำให้เขาต้องไปตกนรกอเวจี และเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ในชาติต่อมา ก็ได้รับเศษกรรมทำให้มีความประพฤติต่ำช้า เช่น ไม่นุ่งผ้า นอนบนแผ่นดิน และกินอุจจาระของตนเอง ต่อมาได้บวชเป็นชีวกและบำเพ็ญตบะด้วยการยืนขาเดียว อ้าปากรับลม และกินอาหารเพียงน้อยนิดด้วยปลายหญ้าคา นานถึง 55 ปี จนผู้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้มีตบะแก่กล้าและนำสักการะมาบูชา
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรวจดูสัตว์โลก ทรงเห็นอุปนิสัยและบุญเก่า (สมณธรรมที่เคยทำไว้ 2 หมื่นปี) ของชัมพุกาชีวก จึงเสด็จไปโปรด ณ หินดาดที่ถ่ายอุจจาระ พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมและเตือนสติถึงกรรมชั่วที่เขาเคยทำในอดีต ทำให้ชัมพุกาชีวกเกิดความสังเวชและละอายใจ ทรงประทานการอุปสมบทให้ด้วยวิธี "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" เขากลับได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาในกาลต่อมา และสามารถแสดงฤทธิ์เพื่อตัดความสงสัยของมหาชนชาวอังคะและมคธะได้
จากเรื่องนี้ พระศาสดาได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาและตรัสพระคาถาว่า "คนพาล พึงบริโภคโภชนะด้วยปลายหญ้าคา ทุก ๆ เดือน, เขาย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ 16 แห่งท่านผู้มีธรรมอันนับได้แล้ว" ซึ่งมีใจความสำคัญสรุปได้ดังนี้:
- ความไร้ผลของการบำเพ็ญตบะผิดวิธี: การทรมานตนเองด้วยวิธีผิด ๆ เช่น การกินอาหารด้วยปลายหญ้าคาหรือการอดอยาก แม้จะทำติดต่อกันนานนับร้อยปี ก็มีอานิสงส์น้อยนิดเทียบไม่ได้เลยกับการปฏิบัติกุศลจิตของผู้ที่มีธรรมอันรู้แจ้งแล้ว (พระอริยบุคคล)
- โทษของการล่วงเกินผู้มีศีล: การดูหมิ่นหรือด่าทอพระอรหันต์ส่งผลให้ได้รับทุกขเวทนานานัปการในอบายภูมิ
- อานุภาพแห่งธรรมและการหลุดพ้น: แม้จะมีวิบากกรรมหนักหนาสักเพียงใด หากอินทรีย์แก่กล้าและได้พบพระพุทธศาสนา ก็ยสามารถบรรลุธรรมสูงสุด ตัดสิ้นซึ่งวัฏสงสารได้ในที่สุด
ในกาลจบเทศนา ธรรมาภิสมัยได้บังเกิดแก่สัตว์โลกถึง 8 หมื่น 4 พัน
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชัมพุกาชีวกวัตถุ