เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวัน ทรงปรารภเหตุการณ์ของพราหมณ์สองพี่น้อง คือ พราหมณ์ผู้พี่ชื่อว่า เทวพราหมณ์ และพราหมณ์ผู้น้องชื่อว่า อริยพราหมณ์ ทั้งสองมีความเห็นต่างกันอย่างสุดโต่งในเรื่องการปฏิบัติเพื่อความบริสุทธิ์ของชีวิต
พราหมณ์ผู้พี่มีความเชื่อตามคติลัทธิเดิมว่า ความบริสุทธิ์จะเกิดขึ้นได้ด้วยการอาบน้ำชำระบาปในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์หรือการทำพิธีกรรมทางศาสนา ส่วนพราหมณ์ผู้น้องนั้นได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าจนเกิดปัญญา เห็นว่าความบริสุทธิ์ที่แท้จริงต้องเกิดจากการขัดเกลาจิตใจและละเว้นจากบาปกรรม ต่อมาทั้งสองได้เดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อขอให้พระองค์ทรงตัดสินว่า ใครกันแน่ที่เป็นพราหมณ์ที่แท้จริง
พระพุทธเจ้าจึงตรัสพระธรรมเทศนาเพื่อชี้ให้เห็นว่า ความเป็นพราหมณ์ไม่ได้อยู่ที่การเกิด ชาติตระกูล หรือการทำพิธีอาบน้ำในแม่น้ำ แต่ขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติทางกาย วาจา และใจ โดยสรุปคุณสมบัติของพราหมณ์ตามหลักธรรมได้ดังนี้:
ในท้ายที่สุด พระองค์ได้ตรัสคาถาที่ 398 ว่า "บุคคลผู้ตัดสายยู คือความยึดมั่นถือมั่นได้แล้ว ไม่มีความสะดุ้ง ไม่ติดอยู่ในตัณหา เราเรียกผู้นั้นว่าพราหมณ์" เหตุการณ์นี้ทำให้พราหมณ์ผู้พี่เกิดดวงตาเห็นธรรมและละทิฐิเดิม หันมาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทวพราหมณวัตถุ