สรุปเรื่องพระวังคีสเถระ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปรารภพระวังคีสเถระ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงแสดงพระธรรมเทศนาบทว่า "จุตึ โย เวทิ" เพื่อชี้ให้เห็นถึงลักษณะที่แท้จริงของบุคคลผู้เป็นพราหมณ์หรือผู้ประเสริฐตามหลักพระพุทธศาสนา

เดิมที วังคีสพราหมณ์ เป็นนักทำนายผู้มีชื่อเสียงจากการเคาะกะโหลกศีรษะคนตายแล้วสามารถบอกได้ว่าผู้นั้นไปเกิดในภูมิใด (นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต มนุษย์ หรือเทวโลก) เมื่อเดินทางมาถึงเมืองสาวัตถีและได้ท้าทายกับพุทธศาสนิกชน พระพุทธองค์จึงทรงทดสอบด้วยการนำกะโหลกศีรษะ 5 แบบมาให้เคาะ รวมถึงกะโหลกของพระขีณาสพ วังคีสพราหมณ์สามารถทายถูกใน 4 แบบแรก แต่ไม่สามารถทายกะโหลกศีรษะที่ 5 ได้ เมื่อทราบว่าพระพุทธองค์ทรงรู้ด้วยกำลังมนต์ เขาจึงทูลขอเรียนมนต์นั้น พระพุทธองค์จึงเงื่อนไขให้เขาต้องบวชก่อน วังคีสพราหมณ์จึงยอมอุปสมบทเพื่อเรียนพุทธมนต์

หลังจากอุปสมบท พระพุทธองค์ทรงประทานกัมมัฏฐานอาการ 32 ให้ พระวังคีสเถระตั้งใจปฏิบัติจนกระทั่งบรรลุธรรมเป็นพระอรหัต ต่อมาเมื่อพวกพราหมณ์มาทวงถามเรื่องมนต์ เถระรูปนั้นจึงปฏิเสธว่าไม่สามารถไปได้แล้ว ทำให้ภิกษุทั้งหลายเข้าใจผิดและกราบทูลพระพุทธองค์ พระศาสจึงตรัสยืนยันคุณธรรมของพระวังคีสเถระ พร้อมทั้งตรัสพระคาถาแสดงธรรมมีใจความสำคัญดังนี้

  • การรู้แจ้งการจุติและอุบัติ: ผู้ใดรู้ความจุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลายโดยประการทั้งปวง เป็นผู้ไม่ติดข้อง ไปดีแล้ว และรู้แจ้งสัจธรรม ผู้นั้นคือพราหมณ์
  • ความลี้ลับของพระอรหันต์: เทพยดา คนธรรพ์ และมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมไม่สามารถหยั่งรู้คติของพระอรหันต์ผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว ผู้ไกลจากกิเลส ผู้นั้นคือพราหมณ์

ในตอนท้ายแห่งพระธรรมเทศนา มหาชนเป็นจำนวนมากได้บรรลุน้ำอภิเสกและอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-13