นันทสูตร เป็นเรื่องราวการปฏิบัติธรรมของพระนันทะ พระอนุชาของพระพุทธเจ้า ผู้ซึ่งในระยะแรกมีความกระสันอยากสึกเพราะความคิดถึงพระชายา (นางชนบทกัลยาณี) พระพุทธองค์จึงทรงใช้อุบายโดยการพาพระนันทะไปชมความงามของนางอัปสรบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และทรงทำสัญญาแลกเปลี่ยนว่าหากพระนันทะประพฤติพรหมจรรย์ จะประทานนางอัปสรเหล่านั้นให้ ทำให้พระนันทะยอมกลับมาตั้งใจปฏิบัติธรรมด้วยแรงจูงใจเรื่องกามคุณ

เมื่อพระภิกษุรูปอื่นทราบเรื่องจึงพากันล้อเลียนว่าพระนันทะประพฤติพรหมจรรย์เพราะเป็น "ลูกจ้าง" หรือ "ผู้รับจ้าง" ที่หวังผลตอบแทนเป็นนางฟ้า ทำให้พระนันทะเกิดความละอายและอึดอัดใจ จึงหลีกเร้นไปบำเพ็ญเพียรอย่างหนักด้วยความวิริยะอุตสาหะ จนกระทั่งบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในที่สุด เมื่อบรรลุธรรมแล้ว พระนันทะได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์เพื่อกราบทูลปลดเปลื้องพระองค์จากสัญญาเรื่องนางอัปสร โดยพระพุทธองค์ทรงทราบด้วยญาณว่าพระนันทะได้บรรลุวิมุตติธรรมแล้ว จึงทรงกล่าวว่าพระองค์หลุดพ้นจากสัญญานั้นไปตั้งแต่ที่ใจของพระนันทะหมดสิ้นกิเลสแล้ว

บทเรียนสำคัญจากพระสูตรนี้สามารถสรุปได้ดังนี้:

  • อุบายธรรม: พระพุทธองค์ทรงใช้กุศโลบายเพื่อดึงผู้ที่ยังมีจิตติดในกามให้เข้าสู่ทางธรรม เพื่อให้เห็นว่าความสุขทางโลกแม้จะประณีตเพียงใด ก็ยังด้อยค่าเมื่อเทียบกับความสุขในทางธรรม
  • แรงจูงใจสู่การปฏิบัติ: แม้เริ่มต้นด้วยแรงจูงใจที่ยังไม่บริสุทธิ์นัก แต่การได้ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่มรรคผลนิพพานได้
  • ความเพียรและการหลุดพ้น: ความละอายต่อการถูกล้อเลียน (หิริโอตตัปปะ) กลายเป็นปัจจัยหนุนให้พระนันทะเร่งความเพียร จนทำลายกิเลสและตัณหาได้สำเร็จ
  • ความไม่มีความกังวล: พระอรหันต์ผู้ทำลายกิเลสสิ้นแล้ว ย่อมไม่หวั่นไหวต่อความสุขและความทุกข์ ดังที่พระพุทธองค์ทรงสรุปไว้ว่า ผู้ที่ข้ามหล่มแห่งตัณหาและทำลายหนามแห่งกามได้แล้ว ย่อมไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใดอีกต่อไป
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-02