Ignorance is a Condition
อวิชชาปัจจยสูตร สังยุตตนิกาย SN 12.35 เป็นพระสูตรที่ว่าด้วยหลักปฏิจจสมุปบาท หรือการเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมนี้เพื่อให้เห็นถึงกระบวนการที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันและกันจึงเกิดขึ้น โดยมี "อวิชชา" หรือความไม่รู้แจ้งในอริยสัจสี่เป็นต้นเหตุ.
ในพระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอธิบายว่า เพราะ "อวิชชา" (ความไม่รู้แจ้ง) เป็นปัจจัย จึงมี "สังขาร" (การปรุงแต่งกาย วาจา ใจ) เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมี "วิญญาณ" (ความรับรู้) เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี "นามรูป" (สภาพที่ไร้รูปและมีรูป) เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมี "สฬายตนะ" (อายตนะ ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมี "ผัสสะ" (การกระทบอารมณ์) เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมี "เวทนา" (ความรู้สึก สุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์) เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมี "ตัณหา" (ความทะยานอยาก) เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมี "อุปาทาน" (ความยึดมั่นถือมั่น) เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมี "ภพ" (ภาวะแห่งการมี การเป็น) เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมี "ชาติ" (การเกิด) และเพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมี "ชรามรณะ" (ความแก่และความตาย) รวมถึงความโศก ความคร่ำครวญ ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ และความคับแค้นใจต่างๆ การเกิดขึ้นของกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้.
ในทางกลับกัน พระสูตรนี้ยังได้แสดงถึงการดับไปแห่งกองทุกข์ โดยเริ่มต้นจากการดับไปของอวิชชา คือ "เพราะอวิชชาดับไปโดยไม่เหลือด้วยมรรค คือ วิราคะ (ความคลายกำหนัด) สังขารจึงดับ" เมื่อสังขารดับ วิญญาณก็ดับ เมื่อวิญญาณดับ นามรูปก็ดับ และดำเนินไปตามลำดับจนกระทั่งชรามรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ก็ดับสิ้นไป ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →