Dutiyaavijjāpaccayasutta

ทุติยอวิชชาปัจจยสูตร

Ignorance is a Condition (2nd)

ข้อมูลพระสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 16
นิกายสังยุตตนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี
อ่านพระสูตรทุติยอวิชชาปัจจยสูตร →

สรุปเนื้อหา ทุติยอวิชชาปัจจยสูตร

ทุติยอวิชชาปัจจยสูตร (สังยุตตนิกาย SN 12.36) เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงแสดงหลักธรรมสำคัญคือ ปฏิจจสมุปบาท หรือการเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายโดยอาศัยกันและกัน เพื่ออธิบายถึงกระบวนการเกิดแห่งทุกข์โดยมีอวิชชาเป็นปัจจัยตั้งต้น สูตรนี้อยู่ในสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กฬารขัตติยวรรค สุตตะที่ ๓๖ และมีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกับ SN 12.35 แต่เป็นพุทธดำรัสที่ตรัสโดยไม่มีผู้ทูลถามเฉพาะเจาะจง

พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารทั้งหลายจึงมี เพราะมีสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี เพราะมีนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี เพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี เพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี เพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี เพราะมีอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี เพราะมีภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี เพราะมีชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสจึงมี ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการฉะนี้

พระสูตรนี้ยังเน้นย้ำถึงทางสายกลาง โดยปฏิเสธทิฏฐิสุดโต่งที่ว่า ชีวะกับสรีระเป็นอย่างเดียวกัน หรือชีวะกับสรีระเป็นคนละอย่างกัน เมื่อกล่าวถึงแต่ละห่วงโซ่ของปฏิจจสมุปบาท ตัวอย่างเช่น ไม่ว่าจะมีใครกล่าวว่า "ชรามรณะเป็นอย่างไร ชรามรณะนี้เป็นของใคร" หรือ "ชรามรณะเป็นอย่างอื่น ชรามรณะนี้เป็นของผู้อื่น" คำทั้งสองนั้นมีความหมายอย่างเดียวกัน ต่างกันเพียงพยัญชนะเท่านั้น พระตถาคตทรงไม่เข้าไปใกล้ที่สุดสองอย่างนี้ แต่ทรงแสดงธรรมโดยสายกลางว่า "เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะจึงมี" เมื่ออวิชชาดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ ทิฏฐิที่คลาดเคลื่อนทั้งหลายก็ย่อมดับไปเช่นกัน ซึ่งนำไปสู่การดับไปแห่งกองทุกข์ทั้งมวล.

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-03-20
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka