Tatiyacetanāsutta

ตติยเจตนาสูตร

Intention (3rd)

ข้อมูลพระสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 16
นิกายสังยุตตนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี
อ่านพระสูตรตติยเจตนาสูตร →

สรุปเนื้อหา ตติยเจตนาสูตร

ตติยเจตนาสูตร (SN 12.40) ซึ่งอยู่ในสังยุตตนิกาย นิทานวรรค เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเกี่ยวกับเหตุปัจจัยแห่งการเกิดขึ้นและดับไปของกองทุกข์ทั้งมวล โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของ "เจตนา" (ความจงใจ), "ความดำริ" (การวางแผน), และ "อนุสัย" (กิเลสที่นอนเนื่อง) ในกระบวนการปฏิจจสมุปบาท หรือการเวียนว่ายตายเกิด.

พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า ถ้าบุคคลใดมีทั้งความจงใจ มีความดำริ และมีอนุสัยอยู่ สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นอารมณ์สำหรับความตั้งมั่นของวิญญาณ. เมื่อวิญญาณตั้งมั่นและเจริญเติบโตขึ้น ก็ย่อมเกิด "นติ" (ความน้อมไป หรือ ตัณหา) ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการมาและการไป (หมายถึงการเวียนไปเกิด) การจุติและการอุบัติ (การตายและการเกิดใหม่). เมื่อมีการจุติและอุบัติในภพต่อไป ก็ย่อมยังให้เกิด ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสขึ้นทั้งหมด. นี้คือการเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวล.

แม้ว่าบุคคลจะไม่มีความจงใจหรือไม่ดำริ แต่หากยังมีอนุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดาน) สิ่งนั้นก็ยังคงเป็นปัจจัยให้วิญญาณตั้งมั่นได้อยู่ดี และนำไปสู่กระบวนการแห่งทุกข์เช่นเดียวกัน.

อย่างไรก็ตาม พระพุทธองค์ได้ทรงชี้ทางแห่งการดับทุกข์ไว้ว่า หากบุคคลไม่จงใจ ไม่ดำริ และไม่มีอนุสัยในสิ่งใด สิ่งนั้นก็ย่อมไม่เป็นอารมณ์สำหรับความตั้งมั่นของวิญญาณ. เมื่อไม่มีอารมณ์เครื่องตั้งมั่น วิญญาณก็ไม่ตั้งมั่นและไม่เจริญเติบโต. เมื่อวิญญาณไม่ตั้งมั่นและไม่เจริญเติบโต "นติ" ก็ไม่เกิดขึ้น. เมื่อไม่มีนติ การมาและการไป (การเวียนไปเกิด) ก็ไม่มี. เมื่อไม่มีการมาและการไป การจุติและอุบัติ (การตายและการเกิดใหม่) ก็ไม่มี. เมื่อไม่มีการจุติและอุบัติ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสในภพหน้าย่อมดับไป. นี้คือความดับไปแห่งกองทุกข์ทั้งมวล.

สรุปได้ว่า ตติยเจตนาสูตรเน้นย้ำถึงความสำคัญของเจตนา ดำริ และอนุสัย ในการขับเคลื่อนวงจรปฏิจจสมุปบาท และชี้ให้เห็นว่าการละวางสิ่งเหล่านี้โดยสิ้นเชิงเท่านั้น จึงจะนำไปสู่การพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้.

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-03-20
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka