ปัลลังกวิมาน กล่าวถึงนางเทพธิดาผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์อันประเสริฐ ซึ่งบุญกรรมตกแต่งไว้อย่างวิจิตรด้วยแก้วมณีและทองคำ มีดอกไม้ลาดอยู่โดยรอบ และมีหมู่นางอัปสรฟ้อนรำขับร้องให้รื่นเริง พระมหาโมคคัลลานเถระเห็นนางมีฤทธิ์ มีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ จึงถามว่าเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้จึงได้รับทิพยสมบัติเช่นนี้

นางเทพธิดาตอบว่า ในอดีตนางเกิดเป็นมนุษย์และเป็นบุตรสะใภ้ในตระกูลมั่งคั่ง นางเป็นผู้ไม่โกรธ มีศีลและมารยาท อยู่ในโอวาทของสามี นับถือและปรนนิบัติสามีด้วยความเคารพ ไม่ประพฤตินอกใจ และพยายามประพฤติตนให้เป็นที่ชื่นชอบของสามีทั้งกลางวันและกลางคืน นางสมาทานศีล เว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดทางกาย พูดเท็จ และดื่มน้ำเมา ทั้งเป็นสาวิกาของพระสุคต มีจิตเลื่อมใสและประพฤติตามธรรม

ในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และวัน ๘ ค่ำแห่งปักษ์ ตลอดจนปาฏิหาริยปักษ์ นางรักษาอุโบสถศีลประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างเคร่งครัด เมื่อสิ้นชีวิตจึงไปเกิดเป็นเทพธิดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้วิมานและบัลลังก์ทิพย์อันโอฬาร มีหมู่นางอัปสรแวดล้อม และเหล่าเทพต่างมาชื่นชมยินดีกับการมาสู่เทพวิมานของนาง

แกนคำสอน

  • ความไม่โกรธ ความซื่อสัตย์ และการปฏิบัติหน้าที่ในครอบครัวด้วยความเคารพเป็นกุศลที่ควรบำเพ็ญ
  • ศีล ๕ ช่วยให้การดำเนินชีวิตทางกายและวาจาบริสุทธิ์ ส่วนอุโบสถศีล ๘ เป็นการฝึกตนให้ยิ่งขึ้นในวันอุโบสถ
  • กุศลที่ทำด้วยจิตเลื่อมใสและความไม่ประมาทย่อมให้ผลเป็นสุคติและทิพยสมบัติ

อรรถกถาระบุว่า นางเคยเป็นธิดาของอุบาสิกาในกรุงสาวัตถี บิดามารดายกให้แต่งงานกับกุลบุตรผู้มีฐานะเสมอกัน นางรักษาศีล ๕ และอุโบสถศีลโดยเคร่งครัด เมื่อตายจึงบังเกิดในดาวดึงส์ ดังนั้นบัลลังก์ทิพย์ในเรื่องเป็นผลแห่งความประพฤติดีและการรักษาศีลของนางเอง มิใช่ผลจากการถวายบัลลังก์แก่พระสงฆ์

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-03