Advice to Sigālaka
สิงคาลกสูตร (ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค DN 31) เป็นพระสูตรสำคัญในพระพุทธศาสนาที่พระพุทธองค์ทรงแสดงหลักธรรมสำหรับการดำเนินชีวิตของคฤหัสถ์ โดยเปรียบเสมือนเป็น "คิหิวินัย" หรือวินัยสำหรับฆราวาส
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จบิณฑบาต ณ กรุงราชคฤห์ และทอดพระเนตรเห็นสิงคาลกคฤหบดีบุตรกำลังประคองอัญชลีนอบน้อมทิศทั้งหกคือ ทิศเบื้องหน้า เบื้องขวา เบื้องหลัง เบื้องซ้าย เบื้องล่าง และเบื้องบน ในเวลาเช้าตรู่ด้วยผ้าเปียกและผมเปียก สิงคาลกะได้กราบทูลว่า เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งเสียของบิดาก่อนตาย
พระพุทธองค์จึงตรัสสอนว่า ในอริยวินัยนั้น การนอบน้อมทิศไม่ได้หมายถึงการกราบไหว้ในลักษณะนั้น แต่เป็นการปฏิบัติตนต่อบุคคลต่าง ๆ ที่เปรียบเสมือนทิศทั้งหก โดยอริยสาวกต้องละกรรมกิเลส 4 ประการ (ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท) ไม่ทำบาปกรรมโดยฐานะ 4 (ฉันทาคติ โทสาคติ ภยาคติ โมหาคติ) และไม่เสพอบายมุข 6 (การดื่มน้ำเมา การเที่ยวกลางคืน การเที่ยวดูมหรสพ การพนัน การคบคนชั่วเป็นมิตร และความเกียจคร้าน)
จากนั้น พระพุทธเจ้าได้ทรงจำแนกทิศทั้งหกและหน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อกันและกัน ดังนี้ มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า, อาจารย์เป็นทิศเบื้องขวา, บุตรภรรยาเป็นทิศเบื้องหลัง, มิตรและอำมาตย์เป็นทิศเบื้องซ้าย, ทาสกรรมกรเป็นทิศเบื้องล่าง, และสมณพราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน พระองค์ได้ทรงแสดงรายละเอียดการบำรุงและอนุเคราะห์ซึ่งกันและกันในแต่ละทิศ เพื่อให้เกิดความผาสุกในชีวิต
ผู้ที่ปราศจากกรรมอันลามก 14 ประการ และปฏิบัติต่อทิศทั้งหกตามอริยวินัยนี้ ชื่อว่าเป็นผู้ปกปิดทิศทั้งปวงให้เกษมสำราญ ปฏิบัติเพื่อชัยชนะในโลกทั้งสอง คือโลกนี้และโลกหน้า และเมื่อแตกกายทำลายขันธ์ ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ หลังจากสดับพระธรรมเทศนานี้ สิงคาลกคฤหบดีบุตรเกิดความเลื่อมใสและแสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →