เภริวาทชาดก เป็นเรื่องราวที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ณ พระเชตวันมหาวิหาร เพื่อปรารภภิกษุผู้ว่ายากรูปหนึ่ง โดยทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธกเพื่อตักเตือนถึงผลเสียของการไม่เชื่อฟังคำแนะนำและความประพฤติที่ทำเกินพอดี

ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เกิดเป็นหัวหน้าครอบครัวตระกูลตีกลอง ได้เดินทางไปตีกลองหาทรัพย์ในกรุงพาราณสีจนได้ทรัพย์มาเป็นจำนวนมาก เมื่อเดินทางกลับผ่านดงโจร พระโพธิสัตว์ได้เตือนบุตรชายว่าอย่าตีกลองติดต่อกันไม่หยุดหย่อน แต่ให้ตีเป็นระยะเหมือนคนใหญ่โตเดินทาง ทว่าบุตรชายไม่เชื่อฟัง ดื้อรั้นตีกลองกระหน่ำติดต่อกันเพราะคิดว่าจะใช้เสียงกลองไล่โจรให้หนีไป

เมื่อพวกโจรได้ยินเสียงกลองตีรัวผิดปกติ จึงรู้ว่าไม่ใช่ขบวนของคนสำคัญ จึงพากันย้อนกลับมาซุ่มดูและเข้าปล้นชิงทรัพย์สินทั้งหมดไป พระโพธิสัตว์จึงได้กล่าวคาถาเตือนสติว่า การทำอะไรที่เกินประมาณย่อมนำความหายนะมาสู่ตน

คำสอนหลักและข้อคิดจากชาดก:

  • ความพอประมาณ: การกระทำสิ่งใดก็ตามควรมีความพอดี ไม่ทำจนเกินขอบเขตหรือเกินประมาณ เพราะอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมา
  • การเชื่อฟังคำเตือน: ผู้ใหญ่หรือผู้มีประสบการณ์ย่อมมองเห็นภัยล่วงหน้า การดื้อรั้นไม่เชื่อฟังคำตักเตือนย่อมนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง
  • ผลของการไม่เชื่อฟัง: ทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยความยากลำบากต้องสูญเสียไปเพราะความประมาทและการทำอะไรที่เกินพอดี

ในตอนท้าย พระบรมศาสดาได้ทรงประชุมชาดก โดยระบุว่าบุตรชายผู้ดื้อรั้นในครั้งนั้น ได้มาเกิดเป็นภิกษุผู้ว่ายากในปัจจุบัน ส่วนบิดาผู้สอนได้มาเป็นพระองค์เองในกาลปัจจุบันนี้

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-13