อรหันตสูตร (sn22.76) แสดงหนทางสู่การหลุดพ้นและพรรณนาถึงคุณลักษณะอันประเสริฐของพระอรหันต์ พระพุทธองค์ทรงสอนว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันเป็น ขันธ์ ๕ นั้น ล้วนเป็น อนิจจัง (ไม่เที่ยงแท้), เป็น ทุกขัง (เป็นทุกข์), และเป็น อนัตตา (ไม่ใช่ตัวตน). ผู้มีปัญญาอันชอบพึงเห็นแจ้งด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องตามความเป็นจริงว่า "สิ่งนี้ไม่ใช่ของเรา, เราไม่ใช่สิ่งนี้, สิ่งนี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา". การเห็นแจ้งเช่นนี้ย่อมนำไปสู่ความเบื่อหน่ายในขันธ์ ๕.
เมื่อเกิดความเบื่อหน่าย ความพอใจติดใจ (ฉันทราคะ) ย่อมคลายลง และเมื่อความพอใจคลายลง ก็ย่อม หลุดพ้น จากกิเลสทั้งปวง. ผู้ที่หลุดพ้นแล้วย่อมรู้ว่าตนหลุดพ้นแล้ว และเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า "ชาติสิ้นแล้ว, พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว, กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว, กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก". พระอรหันต์คือผู้ประเสริฐสุดและเลิศที่สุดในบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย ตลอดจนภพภูมิสูงสุด.
พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสเป็นคาถาพรรณนาถึงคุณสมบัติของพระอรหันต์ไว้ดังนี้:
- พระอรหันต์เป็นผู้มีความสุขยิ่ง ไม่มี ตัณหา (ความทะยานอยาก) และไม่มี มานะ (ความถือตัว) ว่า "เรามีอยู่" ข่ายแห่ง โมหะ (ความหลง) แตกสลายแล้ว
- ท่านเข้าถึงความไม่หวั่นไหว มีจิตใจไม่ขุ่นมัว ไม่ยึดติดสิ่งใดในโลก เปี่ยมด้วยความเป็นทิพย์ที่ปราศจากมลทิน
- เข้าใจ ขันธ์ ๕ อย่างถ่องแท้ มีสัทธรรม ๗ (คุณธรรม ๗ ประการ) เป็นที่ประพฤติ เป็นบุตรโดยธรรมของพระพุทธเจ้า
- ผู้เพียบพร้อมด้วย อริยทรัพย์ ๗ และได้รับการฝึกฝนใน ไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา) เป็นผู้กล้าหาญยิ่ง ไม่มีความกลัวเกรงใดๆ
- ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ และเข้าถึงสมาธิอย่างลึกซึ้ง เป็นเลิศที่สุดในโลก ไม่มี ตัณหา เหลืออยู่
- มีญาณหยั่งรู้ว่า "กายนี้เป็นที่สุด" ไม่ต้องเกิดอีกแล้ว ไม่ขึ้นต่อผู้อื่นในการประพฤติพรหมจรรย์
- พ้นจากภพใหม่ ไม่หวั่นไหวด้วยความสำคัญมั่นหมายต่างๆ เป็นผู้มีชัยในโลก ไม่ยินดีเพลิดเพลินในสิ่งใดทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง และรอบด้าน
- ประกาศ สีหนาท (การบันลือเสียง) ว่า "พระพุทธเจ้าผู้ตื่นแล้วเป็นเลิศในโลก!"
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-04-20