Puṇṇamasutta

ปุณณมสูตร

A Full Moon Night

ข้อมูล ปุณณมสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 17
นิกายสังยุตตนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่บุพพาราม กรุงสาวัตถี
อ่านพระสูตรปุณณมสูตร →

สรุปเนื้อหา ปุณณมสูตร

ปุณณมสูตร (SN 22.82) เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารมิคารมาตุปราสาท ในช่วงวันเพ็ญ มีพระภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลถามพระองค์เกี่ยวกับ ขันธ์ ๕ อันเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน ซึ่งประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ พระพุทธองค์ทรงตอบรับและได้อธิบายหลักธรรมสำคัญโดยละเอียดเป็นลำดับ

พระพุทธองค์ทรงชี้แจงประเด็นสำคัญดังนี้:

  • มูลเหตุของขันธ์ ๕ อันเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน คือ ตัณหา
  • อุปาทาน ไม่ใช่สิ่งเดียวกับขันธ์ ๕ และก็ไม่ใช่คนละอย่างกัน แต่เป็น ความพอใจและความกำหนัดในขันธ์ ๕ นั่นเอง
  • ความพอใจและความกำหนัด ในขันธ์ ๕ มีหลายประการ เช่น การคิดปรารถนาว่า "ในอนาคต ขอเราพึงมีรูป เวทนา สัญญา สังขาร หรือวิญญาณอย่างนี้"
  • ขอบเขตของคำว่า “ขันธ์” ครอบคลุมถึง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ภายใน ภายนอก หยาบ ละเอียด เลว ประณีต ไกล หรือใกล้
  • เหตุเกิดของขันธ์: รูปเกิดจากมหาภูตรูป ๔, เวทนา สัญญา สังขาร เกิดจากผัสสะ, วิญญาณเกิดจากนามรูป
  • การเกิด “ทิฏฐิว่ามีตน” (สักกายทิฏฐิ): เกิดขึ้นเมื่อปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมสำคัญรูป เวทนา สัญญา สังขาร หรือวิญญาณว่าเป็นตน หรือเกี่ยวข้องกับตน ส่วน การไม่เกิดทิฏฐิว่ามีตน นั้น เกิดจากอริยสาวกผู้ได้สดับ ไม่สำคัญในลักษณะนั้น
  • อัสสาทะ (คุณ), อาทีนวะ (โทษ) และนิสสรณะ (อุบายเครื่องออก) ของขันธ์ ๕: อัสสาทะคือความสุขความพอใจที่เกิดขึ้นจากขันธ์นั้นๆ อาทีนวะคือความที่ขันธ์นั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไป นิสสรณะคือการนำออกและละความพอใจและความกำหนัดในขันธ์นั้นๆ เสียได้

เมื่อถูกถามว่า "ทำอย่างไรจึงจะรู้และเห็น เพื่อจะไม่มี อหังการ มมังการ และมานานุสัย ในกายที่มีวิญญาณครองนี้ และในนิมิตทั้งปวงภายนอก" พระพุทธองค์ตรัสว่า ต้องเห็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ทั้งหมดนั้นตามความเป็นจริงด้วยปัญญาอันชอบว่า "นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา"

ท้ายที่สุด เมื่อมีพระภิกษุบางรูปเข้าใจผิดว่า "ถ้าขันธ์ ๕ เป็นอนัตตาแล้ว การกระทำที่ทำโดยอนัตตาจะมามีผลแก่ตนได้อย่างไร" พระพุทธองค์จึงทรงย้ำเตือนว่า ขันธ์ ๕ นั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไป ไม่ควรยึดถือว่าเป็นของเรา เป็นเรา เป็นตัวตนของเรา เมื่อเห็นดังนี้แล้ว ย่อมเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้น และเข้าใจว่ากิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีกต่อไป ซึ่งเป็นหนทางสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-13
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka