With Koṭṭhita
พระมหาโกฏฐิตะได้อธิบายว่า อวิชชา คือ การที่ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ไม่รู้ตามความเป็นจริงซึ่งส่วนน่าเพลิดเพลิน (อัสสาทะ) โทษ (อาทีนวะ) และอุบายเครื่องออกไป (นิสสรณะ) ในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ (ขันธ์ ๕) ในทางกลับกัน วิชชา คือ การที่อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว ย่อมรู้ตามความเป็นจริงซึ่งส่วนน่าเพลิดเพลิน โทษ และอุบายเครื่องออกไปในขันธ์ ๕ เหล่านั้น.
นอกจากนี้ พระสารีบุตรยังได้ถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างอายตนะภายใน (เช่น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) กับอายตนะภายนอก (เช่น รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อารมณ์) ว่าสิ่งใดเป็นเครื่องผูก (สังโยชน์) พระมหาโกฏฐิตะได้ชี้แจงว่า ตาไม่ใช่เครื่องผูกของรูป และรูปก็ไม่ใช่เครื่องผูกของตา แต่ความพอใจและความกำหนัด (ฉันทราคะ) ที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยตาและรูปต่างหากที่เป็นเครื่องผูก. หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับอายตนะที่เหลือทั้งหมด คือ หู-เสียง, จมูก-กลิ่น, ลิ้น-รส, กาย-สัมผัส, ใจ-ธรรมารมณ์.
สาระสำคัญของโกฏฐิตสูตรคือการเน้นย้ำว่า กิเลสคือความพอใจและความกำหนัดต่างหากที่เป็นเครื่องผูกสัตว์ไว้ในสังสารวัฏ ไม่ใช่อายตนะหรือขันธ์ ๕ โดยตัวของมันเอง การเข้าใจและละฉันทราคะในสิ่งเหล่านี้ได้ จึงจะนำไปสู่การพ้นทุกข์และบรรลุวิชชา.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →