Koṭṭhikasutta

โกฏฐิตสูตร

With Koṭṭhita

ข้อมูล โกฏฐิตสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 17
นิกายสังยุตตนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระมหาโกฏฐิตะ
ผู้ฟังพระสารีบุตร
สถานที่กรุงพาราณสี
อ่านพระสูตรโกฏฐิตสูตร →

สรุปเนื้อหา โกฏฐิตสูตร

พระสูตรโกฏฐิตสูตร (sn22.133) บันทึกการสนทนาธรรมอันสำคัญระหว่างพระสารีบุตรและพระมหาโกฏฐิตะ ณ เมืองพาราณสี โดยมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับการจำแนก อวิชชา (ความไม่รู้) และ วิชชา (ความรู้) รวมถึงคุณสมบัติของผู้ที่อยู่ในภาวะทั้งสอง

พระสารีบุตรได้เริ่มต้นถามพระมหาโกฏฐิตะว่า อวิชชา คืออะไร และผู้มีอวิชชาเป็นอย่างไร พระมหาโกฏฐิตะตอบว่า อวิชชาคือการที่บุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ซึ่ง อัสสาทะ (คุณรสหรือความพึงพอใจ), อาทีนวะ (โทษภัยหรือข้อเสีย), และ นิสสรณะ (อุบายเครื่องสลัดออกหรือทางหลุดพ้น) ของ ขันธ์ ๕ ซึ่งประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ผู้ที่ยังมีความไม่รู้นี้ก็คือ “บุถุชนผู้มีอวิชชา” นั่นเอง

ต่อมา พระสารีบุตรได้ถามถึง วิชชา ว่าคืออะไร และผู้มีวิชชาเป็นอย่างไร พระมหาโกฏฐิตะตอบว่า วิชชา คือการที่อริยสาวกผู้สดับแล้ว ย่อมเข้าใจอย่างถ่องแท้ซึ่ง อัสสาทะ, อาทีนวะ, และ นิสสรณะ ของ ขันธ์ ๕ ผู้ที่มีความรู้นี้ก็คือ “อริยสาวกผู้มีวิชชา”

ดังนั้น พระสูตรนี้จึงชี้ให้เห็นว่า หัวใจของการแยกแยะระหว่างความไม่รู้และความรู้ อยู่ที่ความเข้าใจในธรรมชาติของ ขันธ์ ๕ อย่างถ่องแท้ว่ามีทั้งด้านที่เป็นคุณรส ดึงดูดให้เพลิดเพลิน มีด้านที่เป็นโทษภัยนำมาซึ่งความทุกข์ และมีหนทางที่จะสลัดคืน ปล่อยวางจากสิ่งเหล่านั้นได้

คำสอนหลักที่สรุปได้จากพระสูตรนี้คือ:

  • อวิชชา (ความไม่รู้): คือการไม่รู้แจ้งใน อัสสาทะ, อาทีนวะ, และ นิสสรณะ ของขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) โดยผู้มีอวิชชาคือ “บุถุชนผู้ไม่ได้สดับ”
  • วิชชา (ความรู้): คือการรู้แจ้งใน อัสสาทะ, อาทีนวะ, และ นิสสรณะ ของขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) โดยผู้มีวิชชาคือ “อริยสาวกผู้สดับแล้ว”

ความเข้าใจในสามแง่มุมนี้เกี่ยวกับขันธ์ ๕ คือกุญแจสำคัญในการพัฒนาจากอวิชชาไปสู่วิชชา อันเป็นหนทางแห่งการสิ้นทุกข์อย่างแท้จริงในพระพุทธศาสนา

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-14
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka