ลาภครหิกชาดก เป็นเรื่องราวที่สอนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการแสวงหาลาภด้วยวิธีการที่ไม่ชอบธรรม กับการดำรงตนอยู่ในศีลธรรม โดยมีเนื้อหาสำคัญเริ่มต้นจากการที่สัทธิวิหาริกของพระสารีบุตรเถระเข้าไปถามถึงวิธีการได้ลาภสักการะ พระเถระจึงได้ยกตัวอย่างวิธีการที่คนในโลกมักใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นถึงความเสื่อมทางจริยธรรม

ในอดีตชาติ พระโพธิสัตว์ในฐานะอาจารย์ทิศาปาโมกข์ได้สอนศิษย์เกี่ยวกับกลยุทธ์ที่คนมักใช้เพื่อให้ได้ลาภยศในหมู่คนหลงงมงาย โดยมี 4 พฤติกรรมหลัก ที่มักถูกนำมาใช้เพื่อแสวงหาลาภอย่างไม่เป็นธรรม ได้แก่:

  • ทำเป็นคนบ้า: คือการละทิ้งหิริโอตตัปปะ ขาดความยับยั้งชั่งใจในกุศลและอกุศล เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่เลือกวิธี
  • เป็นคนส่อเสียด: การนำความไปยุแยงเพื่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ผู้มีอำนาจ เพื่อให้ตนเองได้รับตำแหน่งหรือลาภจากความหวาดระแวงของผู้อื่น
  • ทำตัวเป็นนักฟ้อนรำ: การทิ้งความละอาย แสดงตนประหนึ่งผู้เล่นละครเพื่อเอาใจคนอื่นและรวบรวมทรัพย์
  • เป็นคนตื่นข่าว: การมีวาจาพล่อยๆ คอยรายงานหรือกุเรื่องราวเพื่อสร้างความสำคัญให้ตนเองในสายตาผู้ปกครอง

เมื่อมาณพผู้เป็นศิษย์ได้ฟังดังนั้น จึงเกิดความรังเกียจในวิธีการเหล่านี้และโต้ตอบด้วยความเห็นอันเป็นธรรมว่า การได้มาซึ่งยศและทรัพย์ด้วยการทำชื่อเสียงให้ตกต่ำหรือประพฤติผิดธรรมนั้นเป็นเรื่องที่ น่าติเตียนอย่างยิ่ง การถือบาตรออกบวชแสวงหาอาหารโดยสุจริตนั้นถือเป็นการดำเนินชีวิตที่ประเสริฐกว่าการแสวงหาด้วยความไม่เป็นธรรมหลายเท่าตัว มาณพผู้นั้นจึงตัดสินใจออกบวชเป็นฤๅษีและบำเพ็ญเพียรจนบรรลุธรรมในที่สุด

บทสรุปและคำสอนหลัก: พระศาสดาทรงสรุปว่า ลาภที่ได้มาจากการทำลายหิริโอตตัปปะและการประพฤติทุจริตนั้นเป็นสิ่งที่ผู้มีปัญญาพึงรังเกียจ เพราะแม้จะได้รับลาภยศในระยะสั้น แต่ย่อมนำความเสื่อมเสียมาสู่ตน การยึดมั่นในความถูกต้องและการแสวงหาเลี้ยงชีพด้วยความสุจริตย่อมเป็นทางเลือกที่ประเสริฐและยั่งยืนกว่าเสมอ

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-14