ลฏุกิกชาดก เป็นชาดกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ณ พระเวฬุวันวิหาร เพื่อปรารภความหยาบช้าและไม่มีความกรุณาของพระเทวทัต โดยทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธกเตือนใจภิกษุทั้งหลายว่า การจองเวรและการดูแคลนผู้ที่มีกำลังน้อยกว่าอาจนำมาซึ่งภัยอันตรายใหญ่หลวงได้

ใจความสำคัญของชาดกเรื่องนี้เริ่มต้นจาก ในอดีตกาล มีนางนกไส้ตัวหนึ่งวางไข่ไว้ในเส้นทางที่โขลงช้างผ่าน เกรงว่าลูกน้อยจะถูกเหยียบย่ำ จึงได้เข้าไปขอความอเมารักขาจากพระยาช้างจ่าโขลงผู้มีบริวารแปดหมื่น ซึ่งพระยาช้างจ่าโขลงมีเมตตาและคอยปกป้องให้ แต่นางนกไส้ยังมีความกังวลถึงช้างอีกเชือกหนึ่งที่ชอบเที่ยวไปผู้เดียว จึงได้ไปขอความคุ้มครองเช่นเดียวกัน ทว่าช้างตัวที่เที่ยวไปผู้เดียวนั้นกลับแสดงความเย่อหยิ่งและเหยียบย่ำลูกนกจนตาย พร้อมทั้งพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามกำลังของนางนกไส้ ทำให้นางนกไส้ผูกอาฆาตและวางแผนแก้แค้นโดยขอความร่วมมือจากสัตว์อื่น ๆ ได้แก่ กา แมลงวันหัวเขียว และกบ

แผนการแก้แค้นสำเร็จลงด้วยความร่วมมือของสัตว์ทั้งสี่:

  • กา: ใช้จะงอยปากจิกทำลายดวงตาทั้งสองข้างของช้างจนบอด
  • แมลงวันหัวเขียว: มาหยอดไข่ลงในนัยน์ตาที่แตก จนเกิดเป็นหนอนชอนไชสร้างความเจ็บปวดอย่างทรมาน
  • กบ: ส่งเสียงร้องลวงช้างที่กำลังหิวน้ำให้เดินขึ้นภูเขาและตกลงไปในเหวจนเสียชีวิต

คำสอนหลักของพระสูตร: พระศาสดาตรัสเตือนว่า กำลังกายไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง และพาลชนย่อมใช้กำลังเพื่อทำร้ายผู้อื่น เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าแม้สัตว์ที่มีกำลังน้อยแต่ร่วมมือกัน ก็สามารถกำจัดผู้ที่มีกำลังมากได้ ดังนั้น ทุกคนไม่ควรประมาทและไม่ควรสร้างเวรกับใคร ๆ แม้แต่ผู้ที่ไม่เป็นที่รักใคร่ก็ตาม โดยในชาดกนี้ ช้างเกเรผู้ตายคือกำเนิดของพระเทวทัต และพระยาช้างจ่าโขลงผู้มีเมตตาคือพระองค์เองในชาติก่อน

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-14