Rapture
พระสูตรนี้มีชื่อว่า ปีติสูตร (SN 28.3) เล่าถึงเหตุการณ์ที่กรุงสาวัตถี ซึ่งพระอานนท์ได้สังเกตเห็นอินทรีย์ของพระสารีบุตรผ่องใส และผิวพรรณบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นพิเศษ จึงได้สอบถามว่าในวันนั้นพระสารีบุตรได้บำเพ็ญสมาธิอันใดมา
พระสารีบุตรตอบว่า ท่านได้เข้าและอยู่ใน ตติยฌาน ซึ่งเป็นภาวะที่ปีติได้ดับไปแล้ว ท่านมี อุเบกขา สติ และสัมปชัญญะ อย่างสมบูรณ์ เสวยสุขที่พระอริยะสรรเสริญว่า "ผู้มีอุเบกขา มีสติ ย่อมอยู่เป็นสุข" สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ พระสารีบุตรเน้นย้ำว่า ในขณะที่ท่านเข้า ออก หรืออยู่ในตติยฌานนั้น ไม่มีความคิดปรากฏขึ้นเลยว่า "เรากำลังเข้าตติยฌาน" "เราเข้าตติยฌานแล้ว" หรือ "เรากำลังออกจากตติยฌาน"
เมื่อได้ฟังดังนั้น พระอานนท์จึงกล่าวสรุปว่า การที่พระสารีบุตรไม่มีความคิดปรุงแต่งเช่นนั้น ก็เป็นเพราะท่านได้ ละอหังการ (การยึดถือว่า "เรา") มมังการ (การยึดถือว่า "ของเรา") และอนุสัยคือมานะ (ความถือตัว) ได้อย่างสิ้นเชิงมานานแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมความคิดเกี่ยวกับการเข้า ออก หรืออยู่ในฌานจึงไม่เกิดขึ้นกับท่าน อันแสดงถึงภาวะจิตที่บริสุทธิ์หลุดพ้นจากอัตตาตัวตนโดยสมบูรณ์