อัฏฐานชาดก เป็นเรื่องราวที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ณ พระวิหารเชตวัน เพื่อตักเตือนภิกษุรูปหนึ่งที่มีจิตใจกระสันอยากสึกเพราะลุ่มหลงในสตรี โดยพระองค์ทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธกเตือนใจว่า ธรรมชาติของมาตุคาม (สตรีบางจำพวก) มักมีความอกตัญญู ประทุษร้ายมิตร และไม่น่าไว้วางใจ

ใจความสำคัญของชาดกกล่าวถึง มหาธนกุมาร บุตรเศรษฐีเมืองพาราณสีผู้เป็นสหายกับพระเจ้าพาราณสี มหาธนกุมารได้หลงรักและอุปถัมภ์หญิงนครโสเภณีด้วยทรัพย์วันละพันกหาปณะมาโดยตลอด แม้ในวันที่ตนไม่มีทรัพย์ติดตัวมาและขอผลัดผ่อนเป็นวันรุ่งขึ้น แต่นางกลับใจร้ายสั่งให้บริวารลากคอเขาออกจากเรือนอย่างไร้เยื่อใย ทำให้มหาธนกุมารเกิดความเบื่อหน่ายในกิเลสและฆราวาสวิสัย จึงตัดสินใจออกบวชเป็นฤาษีบำเพ็ญเพียรในป่าจนได้ฌานสมาบัติ ต่อมาพระราชาทรงทราบเรื่องจึงทรงกริ้วและบังคับให้หญิงโสเภณีไปตามตัวพระฤาษีกลับมา นางจึงเดินทางไปกราบขอขมาและชักชวนให้กลับพระนครด้วยกัน แต่พระฤาษีปฏิเสธโดยยกตัวอย่างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (อัฏฐานะ) เปรียบเทียบผ่านคาถา ๑๑ บท เช่น แม่น้ำคงคาเต็มไปด้วยดอกบัวหลวงทั้งหมด นกดุเหว่ามีสีขาวเหมือนสังข์ ต้นหว้าให้ผลเป็นตาล ขนเต่าทำเป็นเครื่องกันหนาว เขากระต่ายทำเป็นบันไดขึ้นสวรรค์ หรือเด็กขับเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ได้ เป็นต้น เพื่อสื่อว่าการที่พระองค์จะกลับไปร่วมสังวาสกับนางนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

คำสอนหลักและบทสรุปจากพระสูตร:

  • เตือนสติไม่ให้ประมาทหรือตกเป็นทาสของกิเลสและความลุ่มหลงในสตรี
  • ชี้ให้เห็นโทษของความโลภและความอกตัญญูที่ไม่ยั่งยืน
  • ส่งเสริมการเห็นภัยในวัฏสงสารและการออกบวชเพื่อความหลุดพ้น

ในท้ายที่สุด พระพุทธองค์ทรงประชุมชาดกโดยระบุว่า หญิงนครโสเภณีในครั้งนั้นคือต้นเหตุแห่งความเบื่อหน่าย พระเจ้าพาราณสีคือพระอานนท์ ส่วนพระดาบสผู้เป็นบัณฑิตคือพระองค์เอง และเมื่อจบเทศนา ภิกษุรูปดังกล่าวก็ได้บรรลุโสดาปัตติผลในที่สุด

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-09-14