Burning
อาทิตตสูตรนี้แสดงคำสอนสำคัญของพระพุทธเจ้าขณะประทับอยู่ที่คายาสีสะพร้อมภิกษุพันรูป โดยพระองค์ทรงเริ่มต้นด้วยการตรัสว่า "สิ่งทั้งปวงกำลังลุกเป็นไฟ" อันเป็นหัวใจหลักของพระสูตรนี้
พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า "สิ่งทั้งปวง" ที่กำลังลุกเป็นไฟนั้นหมายถึง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (อายตนะภายใน), รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ (อายตนะภายนอก), วิญญาณที่อาศัยอายตนะเหล่านี้เกิดขึ้น, การสัมผัสทางอายตนะ, และความรู้สึก (สุข ทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์) ที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสเหล่านั้น ล้วนกำลังลุกไหม้ไม่มีที่สิ้นสุด
คำถามคือ สิ่งเหล่านี้ลุกไหม้ด้วยไฟอะไร? พระพุทธเจ้าตรัสว่า สิ่งเหล่านี้กำลังลุกไหม้ด้วยไฟแห่ง โลภะ โทสะ โมหะ (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) ซึ่งเป็นรากเหง้าของวัฏสงสาร และยังลุกไหม้ด้วยไฟแห่ง ชาติ ชรา มรณะ (การเกิด ความแก่ ความตาย) รวมถึง โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสะ (ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจ) ซึ่งเป็นผลมาจากวัฏจักรของชีวิต
เมื่ออริยสาวกผู้ได้สดับเห็นความจริงเหล่านี้อย่างแจ่มแจ้ง ย่อมเกิดความ เบื่อหน่าย ในตา รูป วิญญาณทางตา การสัมผัสทางตา และความรู้สึกที่เกิดจากการสัมผัสทางตา เช่นเดียวกับอายตนะอื่นๆ ทั้งหมด เมื่อเกิดความเบื่อหน่าย ความพอใจในสิ่งเหล่านั้นย่อม คลายไป และเมื่อความพอใจคลายไป จิตย่อม หลุดพ้น จากเครื่องผูกมัดทั้งปวง
เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว บุคคลนั้นย่อมรู้ว่าตนเองหลุดพ้นแล้ว และประกาศถึงการสิ้นไปแห่งชาติ การอยู่จบพรหมจรรย์ การทำกิจที่ควรทำสำเร็จแล้ว และไม่มีกิจอื่นใดที่ต้องทำเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป ซึ่งในระหว่างที่พระสูตรนี้กำลังแสดงอยู่ จิตของภิกษุพันรูปนั้นก็หลุดพ้นจากอาสวกิเลสเพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น ทำให้บรรลุอรหัตตผลโดยทั่วกัน
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →