Sāriputta and the Protégé
สารีปุตตสัทธิวิหาริกสูตร (สังยุตตนิกาย SN 35.120) เป็นพระสูตรที่กล่าวถึงหลักปฏิบัติอันเป็นรากฐานสำคัญในการดำรงชีวิตพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ โดยมีพระสารีบุตรเป็นผู้แสดงธรรม เพื่อตอบคำถามของภิกษุรูปหนึ่งที่มาแจ้งว่าเพื่อนภิกษุร่วมสำนักได้สละสิกขาและกลับไปสู่ชีวิตฆราวาสแล้ว
พระสารีบุตรได้อธิบายว่า การที่ภิกษุไม่สามารถดำรงพรหมจรรย์ไว้ได้นั้น เกิดจากการไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ไม่รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร และไม่ประกอบความเพียรเครื่องตื่นอยู่เนือง ๆ ท่านกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่ภิกษุผู้ไม่สำรวมอินทรีย์ ไม่รู้จักประมาณในอาหาร และไม่ประกอบความเพียร จะรักษาพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ตลอดชีวิตได้ แต่ในทางกลับกัน เป็นไปได้สำหรับภิกษุผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ รู้จักประมาณในการบริโภค และประกอบความเพียรอย่างสม่ำเสมอ
การคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย หมายถึง การที่ภิกษุเห็นรูปด้วยตา ฟังเสียงด้วยหู ดมกลิ่นด้วยจมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น สัมผัสโผฏฐัพพะด้วยกาย หรือรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ไม่ยึดถือในนิมิตและอนุพยัญชนะ คือไม่ใส่ใจในส่วนปลีกย่อยที่อาจทำให้เกิดอกุศลธรรม เช่น อภิชฌา (ความเพ่งเล็งอยากได้) และโทมนัส (ความทุกข์ใจ) เข้าครอบงำได้
ส่วนการรู้จักประมาณในการบริโภคอาหารนั้น หมายถึง การพิจารณาฉันอาหารโดยแยบคาย ไม่ใช่เพื่อความสนุกสนาน มัวเมา ประดับตกแต่ง แต่เพื่อความดำรงอยู่ได้ของกาย เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปได้ เพื่อกำจัดความเบียดเบียน และเพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์ โดยจะระงับเวทนาเก่าและไม่ทำให้เวทนาใหม่เกิดขึ้น
และการประกอบความเพียรเครื่องตื่นอยู่เนือง ๆ คือ การชำระจิตให้บริสุทธิ์จากกิเลสเครื่องขัดขวางตลอดวัน ด้วยการเดินจงกรมหรือนั่งสมาธิ และในช่วงปฐมยามของราตรีก็กระทำเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นจึงนอนอย่างราชสีห์โดยตะแคงขวา ซ้อนเท้าเหลื่อมเท้า มีสติสัมปชัญญะ มุ่งมั่นว่าจะลุกขึ้นตลอดมัชฌิมยามของราตรี และเมื่อถึงปัจฉิมยามก็ลุกขึ้นชำระจิตให้บริสุทธิ์ต่อไป ด้วยการปฏิบัติเช่นนี้ ภิกษุจึงจะสามารถดำรงพรหมจรรย์ให้สมบูรณ์ได้
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →