Advice to Rāhula
ราหุโลวาทสูตร สังยุตตนิกาย SN 35.121 เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงประทานโอวาทโดยตรงแก่พระราหุล ซึ่งในขณะนั้นธรรมเครื่องบ่มอินทรีย์เพื่อการหลุดพ้นของท่านได้แก่กล้าแล้ว พระพุทธองค์จึงทรงนำท่านไปสู่การทำลายอาสวะกิเลสทั้งปวง โดยทรงเริ่มต้นด้วยการตรัสสอนให้พิจารณาถึงอายตนะทั้งหลาย
พระพุทธองค์ทรงตั้งคำถามกับพระราหุลเกี่ยวกับอายตนะภายในและภายนอก อันได้แก่ ตา รูป หู เสียง จมูก กลิ่น ลิ้น รส กาย โผฏฐัพพะ และใจ ธรรมารมณ์ รวมถึงวิญญาณและการกระทบสัมผัสที่เกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านั้น โดยตรัสถามว่าสิ่งเหล่านี้ "เที่ยงหรือไม่เที่ยง?" พระราหุลทูลตอบว่า "ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า" เมื่อสิ่งที่ไม่เที่ยงเป็นทุกข์หรือสุข? พระราหุลทูลตอบว่า "เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า" และเมื่อสิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะพิจารณาเห็นว่า "นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา" พระราหุลทูลตอบว่า "ไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า"
เมื่อได้สดับเช่นนั้น อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วย่อมเกิดความเบื่อหน่าย (นิพพิทา) ทั้งในตา รูป และจักขุวิญญาณ จักขุสัมผัส รวมถึงเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณที่เกิดขึ้นจากจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย และย่อมเบื่อหน่ายในอายตนะที่เหลือทั้งหมดเช่นเดียวกัน เมื่อเกิดความเบื่อหน่ายแล้ว ย่อมคลายกำหนัด (วิราคะ) เมื่อคลายกำหนัดแล้ว จิตย่อมหลุดพ้น (วิมุตติ) เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ย่อมเกิดญาณหยั่งรู้ว่า "หลุดพ้นแล้ว" และย่อมรู้ชัดว่า "ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป"
ขณะที่พระผู้มีพระภาคตรัสพระธรรมเทศนานี้อยู่ จิตของพระราหุลก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น และเทพยดาหลายพันองค์ก็เกิดดวงตาเห็นธรรมอันปราศจากธุลี ปราศจากมลทินว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา"
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →