A Horn Blower
สังขธมสูตร (สังยุตตนิกาย SN 42.8) กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ปาวาริกอัมพวัน เขตเมืองนาฬันทา โดยมีนายบ้านอสิพันธกบุตร ซึ่งเป็นสาวกของนิครนถ์ เข้าไปเฝ้าพระองค์
พระผู้มีพระภาคทรงตรัสถามนายบ้านว่า นิครนถ์นาฏบุตรแสดงธรรมแก่สาวกอย่างไร นายบ้านจึงกราบทูลว่า นิครนถ์นาฏบุตรสอนว่า “ผู้ใดฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ทั้งหมดนั้นย่อมไปสู่อบาย ตกนรก” โดยอ้างว่า "กรรมใดๆ มีอยู่มาก กรรมนั้นๆ ย่อมนำบุคคลไป"
พระพุทธองค์จึงทรงโต้แย้งโดยตรัสถามนายบ้านว่า หากบุคคลผู้ฆ่าสัตว์นั้น ในช่วงกลางวันและกลางคืน เวลาที่เขาฆ่าสัตว์ กับเวลาที่เขาไม่ฆ่าสัตว์ อย่างไหนจะมากกว่ากัน นายบ้านตอบว่า เวลาที่เขาไม่ฆ่าสัตว์นั้นมากกว่า พระพุทธองค์จึงทรงชี้ให้เห็นว่า หากเป็นเช่นคำสอนของนิครนถ์นาฏบุตร ก็จะไม่มีใครตกนรก เพราะเวลาที่ไม่ได้ทำกรรมชั่วมีมากกว่า
จากนั้น พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมว่า พระตถาคตทรงติเตียนและไม่ให้กระทำอกุศลกรรมเหล่านั้น พร้อมทั้งทรงสอนให้สำนึกผิดในอกุศลที่เคยทำ และละเว้นไม่กระทำอีกในอนาคต การใคร่ครวญเช่นนี้ย่อมนำไปสู่การละเสียซึ่งอกุศลกรรม พระองค์ยังทรงแสดงการเจริญเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อย่างไม่มีประมาณ แผ่ไปในทุกทิศทุกทาง เปรียบเหมือนคนเป่าสังข์ผู้มีกำลังย่อมเป่าสังข์ให้ได้ยินไปได้ทุกทิศทุกทาง ฉันใด เมื่อพรหมวิหารสี่ได้รับการอบรมและเจริญแล้ว กรรมอันจำกัดทั้งหลายที่เคยทำไว้ก็ย่อมไม่เหลืออยู่ ไม่ดำรงอยู่ ณ ที่นั้น ฉันนั้น
เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนา นายบ้านอสิพันธกบุตรก็เกิดความเลื่อมใส ประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →