With Khemā
เขมาสูตร (สังยุตตนิกาย SN 44.1) กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จประทับแรม ณ โตรณวัตถุ ระหว่างเมืองสาวัตถีกับเมืองสาเกต และทรงมีพระประสงค์จะเข้าเฝ้าสมณะหรือพราหมณ์ผู้เป็นที่เคารพ ราชบุรุษจึงได้กราบทูลแนะนำให้พระองค์เสด็จไปพบพระเขมาภิกษุณี ผู้เป็นสาวิกาของพระผู้มีพระภาค ผู้มีกิตติศัพท์ว่าทรงเป็นบัณฑิต เฉลียวฉลาด มีปัญญามาก
เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จไปเฝ้าพระเขมาภิกษุณี พระองค์ได้ตรัสถามปัญหาสำคัญว่า "หลังจากตายแล้ว ตถาคตยังคงมีอยู่หรือไม่" "ตถาคตไม่มีอยู่หรือไม่" "ตถาคตทั้งมีอยู่และไม่มีอยู่หรือไม่" หรือ "ตถาคตจะว่ามีอยู่ก็ไม่ใช่ ไม่มีอยู่ก็ไม่ใช่หรือไม่" พระเขมาภิกษุณีได้ถวายพระพรตอบทุกคำถามว่า พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาเหล่านี้
พระเจ้าปเสนทิโกศลจึงตรัสถามถึงเหตุผลที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาดังกล่าว พระเขมาภิกษุณีจึงถวายพระพรเปรียบเทียบว่า หากมีแม่น้ำคงคาลึกและกว้างใหญ่เพียงใด ก็ยากที่จะคะเนได้ว่าน้ำนั้นอยู่ที่ไหน และเฉกเช่นเดียวกัน รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ซึ่งบุคคลจะพึงกล่าวถึงพระตถาคตได้นั้น พระตถาคตได้ทรงละเสียแล้ว ตัดขาดรากเหง้า ทำลายไม่ให้เกิดอีกต่อไป เปรียบเสมือนต้นตาลที่ถูกตัดขาดแล้วย่อมไม่อาจงอกขึ้นมาใหม่ได้อีก พระตถาคตจึงพ้นจากการนับเนื่องด้วยขันธ์ ๕ เหล่านั้น และเป็นผู้ลึกซึ้ง ประมาณไม่ได้ ยากที่จะหยั่งถึง เหมือนมหาสมุทร
ดังนั้น การกล่าวว่าพระตถาคตยังมีอยู่หลังความตาย หรือไม่มีอยู่ หรือทั้งมีและไม่มี หรือทั้งไม่ใช่มีและไม่ใช่ไม่มี ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่อาจนำมาใช้กับพระตถาคตได้ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงพอพระทัยและชื่นชมในคำอธิบายของพระเขมาภิกษุณีเป็นอย่างยิ่ง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →