Māluṅkyaputta
มาลุกยปุตตสูตร (สังยุตตนิกาย) เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงแสดงแก่พระมาลุกยปุตตะผู้ชรา ซึ่งมาทูลขอธรรมโดยย่อเพื่อนำไปปฏิบัติให้บรรลุธรรมในขณะที่ปลีกวิเวกอยู่ พระพุทธองค์ได้ประทานโอวาทอันเป็นหัวใจของการปฏิบัติวิปัสสนา โดยเน้นที่การรับรู้อารมณ์ทางอายตนะทั้งหกอย่างรู้เท่าทัน
หลักธรรมสำคัญของมาลุกยปุตตสูตรคือ "ในสิ่งที่เห็น ขอให้เป็นสักว่าเห็น ในสิ่งที่ได้ยิน ขอให้เป็นสักว่าได้ยิน ในสิ่งที่ได้รับรู้ (ทางจมูก ลิ้น กาย) ขอให้เป็นสักว่ารับรู้ และในสิ่งที่รู้แจ้ง (ทางใจ) ขอให้เป็นสักว่ารู้แจ้ง" ความหมายคือ เมื่อมีการรับรู้อารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ให้มีสติรับรู้เพียงเท่านั้น โดยไม่ปล่อยให้เกิดความพอใจ ความกำหนัด หรือความรักใคร่ในอารมณ์นั้น ๆ
พระพุทธองค์ทรงอธิบายเพิ่มเติมว่า หากบุคคลใดเห็นรูปแล้วสติหลงไป ใส่ใจในนิมิตที่น่ารัก มีจิตกำหนัดยึดติดในอารมณ์นั้น จะเกิดเวทนาต่างๆ มากมาย และจิตจะถูกกระทบด้วยอภิชฌา (ความโลภ) และวิหิงสา (ความเบียดเบียน) การสั่งสมทุกข์เช่นนี้ทำให้ห่างไกลจากพระนิพพาน
แต่ในทางกลับกัน หากบุคคลเห็นรูปแล้วมีสติ ไม่กำหนัดในรูปนั้น มีจิตคลายกำหนัด ไม่ยึดติดในอารมณ์นั้น เมื่อเห็นรูปและเสวยเวทนาอยู่ ทุกข์ก็จะสิ้นไปไม่ถูกสั่งสม การประพฤติเช่นนี้ทำให้เข้าใกล้พระนิพพาน หลังจากได้รับโอวาทนี้ พระมาลุกยปุตตะได้นำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในที่สงัด ไม่นานก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ ด้วยการรู้แจ้งว่า "ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป"
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →