Sīlasutta

สีลสูตร

Ethics

ข้อมูลพระสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 19
นิกายสังยุตตนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่กรุงสาวัตถี
อ่านพระสูตรสีลสูตร →

สรุปเนื้อหา สีลสูตร

สีลสูตร ในสังยุตตนิกาย (สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สังยุตที่ ๔๖ โพชฌังคสังยุตต์ที่ ๑ ปัพพตวรรคที่ ๑ สีลสูตรที่ ๓) กล่าวถึงอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ของการคบหากับภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ การได้พบเห็น ได้ฟัง ได้เข้าไปหา ได้เข้าไปนั่งใกล้ ได้ระลึกถึง หรือแม้แต่การบวชตามภิกษุเหล่านั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก.

พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า เมื่อบุคคลได้ฟังธรรมจากภิกษุเช่นนั้น ย่อมหลีกออกด้วยการหลีกออก ๒ อย่าง คือ หลีกออกทางกายและหลีกออกทางใจ การที่บุคคลนั้นหลีกออกไปอยู่เช่นนั้น ย่อมระลึกและตรึกถึงธรรมที่ได้ฟัง ทำให้เกิดการปรารภสติสัมโพชฌงค์ (องค์แห่งการตรัสรู้คือสติ) ขึ้น และเจริญสติสัมโพชฌงค์ให้บริบูรณ์.

เมื่อสติสัมโพชฌงค์เจริญบริบูรณ์แล้ว บุคคลนั้นย่อมเลือกเฟ้น ตรวจตรา และพินิจพิจารณาธรรมนั้นด้วยปัญญา ทำให้เกิดธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ (องค์แห่งการตรัสรู้คือการค้นคว้าธรรม) และเจริญให้บริบูรณ์. ความเพียรอันไม่ย่อหย่อน (วิริยสัมโพชฌงค์) ย่อมเกิดขึ้นขณะที่พิจารณาธรรมนั้น. จากนั้น ปีติที่ปราศจากอามิส (ปีติสัมโพชฌงค์) ย่อมบังเกิด. เมื่อจิตประกอบด้วยปีติ กายและจิตย่อมสงบระงับ (ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์).

เมื่อกายสงบและจิตเป็นสุข ย่อมตั้งมั่นเป็นสมาธิ (สมาธิสัมโพชฌงค์) และเมื่อจิตตั้งมั่นดีแล้ว ย่อมพิจารณาดูด้วยอุเบกขา (อุเบกขาสัมโพชฌงค์) ให้บริบูรณ์. การเจริญโพชฌงค์ ๗ ประการนี้ เมื่อทำให้มากแล้ว ย่อมนำมาซึ่งอานิสงส์ ๗ ประการ คือ การบรรลุอรหัตตผลในปัจจุบันทันที หรือในเวลาใกล้ตาย หรือเป็นพระอนาคามีด้วยวิธีต่างๆ หลังจากการทำลายสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ประการได้สิ้นไป.

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-03-28
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka