พระสูตรอภยสูตรนี้เล่าถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้กรุงราชคฤห์ วันหนึ่งเจ้าชายอภัยได้เข้าเฝ้าและทูลถามพระองค์เกี่ยวกับคำกล่าวของปูรณะกัสสปะที่ว่า “การไม่รู้ไม่เห็นหามีเหตุปัจจัยไม่ การรู้เห็นหามีเหตุปัจจัยไม่” พระพุทธเจ้าได้ตรัสแย้งทันทีว่า “การไม่รู้ไม่เห็น มีเหตุปัจจัย และการรู้เห็น ก็มีเหตุปัจจัย”
เมื่อเจ้าชายอภัยทูลถามถึงเหตุปัจจัยของการไม่รู้ไม่เห็น พระพุทธองค์ได้ทรงอธิบายว่า เกิดจากใจที่ถูกครอบงำและหมกมุ่นในสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อปัญญา ซึ่งเรียกว่า "นิวรณ์" ได้แก่:
- ใจถูกครอบงำด้วย กามฉันทะ (ความพอใจในกาม)
- ใจถูกครอบงำด้วย พยาบาท (ความคิดร้าย)
- ใจถูกครอบงำด้วย ถีนมิทธะ (ความหดหู่และง่วงเหงา)
- ใจถูกครอบงำด้วย อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านและรำคาญใจ)
- ใจถูกครอบงำด้วย วิจิกิจฉา (ความสงสัย)
เจ้าชายอภัยยอมรับว่านิวรณ์เพียงข้อเดียวก็ทำให้ไม่สามารถรู้เห็นตามความเป็นจริงได้แล้ว จะนับประสาอะไรกับนิวรณ์ทั้งห้า
จากนั้น เจ้าชายได้ทูลถามถึงเหตุปัจจัยของการรู้เห็น พระพุทธองค์ตรัสว่า เกิดจากการที่ภิกษุเจริญธรรมที่เป็นไปเพื่อการตรัสรู้ ซึ่งเรียกว่า "โพชฌงค์" โดยอาศัยวิเวก วิราคะ นิโรธะ และน้อมไปสู่การสละ ได้แก่:
- เจริญ สติสัมโพชฌงค์ (สติเป็นองค์แห่งการตรัสรู้)
- เจริญ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ (การพิจารณาธรรมเป็นองค์แห่งการตรัสรู้)
- เจริญ วิริยสัมโพชฌงค์ (ความเพียรเป็นองค์แห่งการตรัสรู้)
- เจริญ ปีติสัมโพชฌงค์ (ความอิ่มใจเป็นองค์แห่งการตรัสรู้)
- เจริญ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ (ความสงบเป็นองค์แห่งการตรัสรู้)
- เจริญ สมาธิสัมโพชฌงค์ (สมาธิเป็นองค์แห่งการตรัสรู้)
- เจริญ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ (อุเบกขาเป็นองค์แห่งการตรัสรู้)
เจ้าชายอภัยรับรองว่าโพชฌงค์เหล่านี้เป็นองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้จริง เมื่อได้ฟังพระสูตรนี้ ความเหน็ดเหนื่อยทางกายและใจของเจ้าชายก็พลันหายไป และทรงเข้าใจพระธรรมโดยสมบูรณ์
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอภยสูตร