พระสูตรนี้กล่าวถึง อานาปานสติ (การมีสติกำหนดลมหายใจเข้าออก) ซึ่งพระพุทธองค์ทรงยกย่องว่าเมื่อเจริญและทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมากและมีอานิสงส์มาก
จากนั้น พระพุทธองค์ได้ทรงอธิบายถึงวิธีการเจริญและทำให้มากซึ่งจะนำไปสู่ผลอันยิ่งใหญ่เหล่านั้น โดยตรัสว่า การเจริญอานาปานสติจะบังเกิดผลมากเมื่อเจริญควบคู่ไปกับ โพชฌงค์ 7 ซึ่งเป็นองค์แห่งการตรัสรู้ ได้แก่:
- สติสัมโพชฌงค์: ความมีสติระลึกรู้ในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
- ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์: การพิจารณาสอบสวนธรรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสภาพธรรมตามความเป็นจริง
- วิริยสัมโพชฌงค์: ความเพียรพยายามในการปฏิบัติธรรมอย่างไม่ย่อท้อ
- ปีติสัมโพชฌงค์: ความอิ่มใจ ความปีติยินดีในธรรมที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ
- ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์: ความสงบกายสงบใจ อันเกิดจากการระงับกิเลสและอารมณ์ต่างๆ
- สมาธิสัมโพชฌงค์: ความตั้งมั่นแห่งจิต หรือจิตที่เป็นหนึ่งเดียว ไม่ฟุ้งซ่าน
- อุเบกขาสัมโพชฌงค์: ความวางเฉยในอารมณ์ต่างๆ ด้วยปัญญา ไม่ยินดียินร้าย
โพชฌงค์ทั้ง 7 ประการนี้ จะต้องได้รับการเจริญโดยมี วิเวก (ความสงัด) เป็นที่อาศัย, มี วิราคะ (ความคลายกำหนัด) เป็นที่อาศัย, มี นิโรธ (ความดับทุกข์) เป็นที่อาศัย และมี โวสสัคคะ (การสละคืน, การปล่อยวาง) เป็นผลอันน้อมไป
พระพุทธองค์ทรงเน้นย้ำว่า เมื่ออานาปานสติได้รับการเจริญและทำให้มากในลักษณะที่ประกอบด้วยองค์แห่งการตรัสรู้ทั้ง 7 ประการนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิเวก วิราคะ นิโรธ และน้อมไปสู่การปล่อยวางแล้ว จึงจะชื่อว่ามีผลมากและมีอานิสงส์มากอย่างแท้จริง.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโพชฌังคสูตร