At the Eastern Gate
ปุพพโกฏฐกสูตร (สังยุตตนิกาย SN 48.44) กล่าวถึงการสนทนาระหว่างพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้ากับพระสารีบุตร ณ พระเชตวันวิหาร ประตูซุ้มด้านทิศตะวันออก เมืองสาวัตถี.
พระผู้มีพระภาคทรงตรัสถามพระสารีบุตรว่า "สารีบุตร เธอเชื่อหรือว่าอินทรีย์ ๕ ประการ คือ สัทธินทรีย์ (ศรัทธา) วิริยินทรีย์ (ความเพียร) สตินทรีย์ (สติ) สมาธินทรีย์ (สมาธิ) และปัญญินทรีย์ (ปัญญา) เมื่อบุคคลเจริญและทำให้มากแล้ว ย่อมมีอมตะเป็นที่หยั่งลง มีอมตะเป็นที่ไปในเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด?"
พระสารีบุตรกราบทูลตอบว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในข้อนี้ ข้าพระองค์ไม่ได้เชื่อพระผู้มีพระภาคว่า อินทรีย์ ๕ ประการนี้ เมื่อเจริญและทำให้มากแล้ว ย่อมมีอมตะเป็นที่หยั่งลง มีอมตะเป็นที่ไปในเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด. ชนเหล่าใดไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เข้าใจ ไม่ประจักษ์แจ้ง ไม่ถูกต้องด้วยปัญญาในเรื่องนี้ ชนเหล่านั้นพึงเชื่อผู้อื่นในเรื่องนี้ได้. แต่ข้าพระองค์รู้ เห็น เข้าใจ ประจักษ์แจ้ง และถูกต้องด้วยปัญญาในเรื่องนี้แล้ว จึงไม่มีความสงสัยหรือเคลือบแคลงในเรื่องที่ว่า อินทรีย์ ๕ ประการนี้ เมื่อเจริญและทำให้มากแล้ว ย่อมมีอมตะเป็นที่หยั่งลง มีอมตะเป็นที่ไปในเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด."
พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า "ดีละ สารีบุตร ชนเหล่าใดไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เข้าใจ ไม่ประจักษ์แจ้ง ไม่ถูกต้องด้วยปัญญาในเรื่องนี้ ชนเหล่านั้นพึงเชื่อผู้อื่นในเรื่องนี้ได้. แต่ชนเหล่าใดรู้ เห็น เข้าใจ ประจักษ์แจ้ง และถูกต้องด้วยปัญญาในเรื่องนี้แล้ว ชนเหล่านั้นย่อมไม่มีความสงสัยหรือเคลือบแคลงในเรื่องที่ว่า อินทรีย์ ๕ ประการนี้ เมื่อเจริญและทำให้มากแล้ว ย่อมมีอมตะเป็นที่หยั่งลง มีอมตะเป็นที่ไปในเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด."
สรุปคือ พระสูตรนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าถึงธรรมด้วยการรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง (ปัญญา) ไม่ใช่เพียงอาศัยความเชื่อจากผู้อื่นเท่านั้น โดยเฉพาะการเจริญอินทรีย์ ๕ ที่นำไปสู่การบรรลุอมตธรรม (นิพพาน).
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →