ในอุทธัมภาคิยสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ กรุงสาวัตถี เกี่ยวกับ สังโยชน์เบื้องสูง ๕ ประการ (อุทธัมภาคิยสังโยชน์) ซึ่งเป็นเครื่องผูกมัดจิตใจให้ติดข้องและขัดขวางการบรรลุอรหัตผล โดยสังโยชน์เหล่านี้ได้แก่:
- รูปราคะ: ความพอใจในรูปภพ, ความปรารถนาที่จะเกิดในพรหมโลกที่มีรูป
- อรูปราคะ: ความพอใจในอรูปภพ, ความปรารถนาที่จะเกิดในพรหมโลกที่ไม่มีรูป
- มานะ: ความสำคัญตน, ความถือตัวถือตน
- อุทธัจจะ: ความฟุ้งซ่าน, ความไม่สงบของจิต
- อวิชชา: ความไม่รู้แจ้งอริยสัจ, ความหลงไม่รู้ในความจริง
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า เพื่อการรู้แจ้ง การกำหนดรู้ การสิ้นไป และการละทิ้ง สังโยชน์เบื้องสูงทั้งห้าประการ นี้ ภิกษุทั้งหลายควรเจริญ โพชฌงค์ ๗ ประการ ซึ่งเป็นธรรมเครื่องตรัสรู้ โพชฌงค์ ๗ ได้แก่:
- สติ: ความระลึกได้, ความไม่เผลอ
- ธัมมวิจยะ: การพิจารณาไตร่ตรองธรรม
- วิริยะ: ความเพียรพยายาม
- ปีติ: ความอิ่มใจ, ความสุขใจ
- ปัสสัทธิ: ความสงบกายสงบใจ
- สมาธิ: ความตั้งมั่นแห่งจิต
- อุเบกขา: ความวางเฉย, ความเป็นกลาง
การเจริญโพชฌงค์เหล่านี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อการกำจัด โลภะ โทสะ และโมหะ ซึ่งเป็นรากเหง้าของอกุศลทั้งปวง โพชฌงค์ที่เจริญแล้วย่อมมี ความหลุดพ้นจากความตาย (อมตธรรม) เป็นเป้าหมาย เป็นจุดหมายปลายทาง และเป็นผลสรุปสูงสุด ซึ่งโน้มน้อมเอียงไปสู่ พระนิพพาน อันเป็นการดับทุกข์โดยสิ้นเชิง ดังนั้น เพื่อให้เกิดการรู้แจ้ง การกำหนดรู้ การทำลายให้สิ้นไป และการละทิ้ง สังโยชน์เบื้องสูงทั้งห้าประการ อย่างเด็ดขาด จำเป็นอย่างยิ่งที่ภิกษุทั้งหลายจะต้องหมั่นเจริญ โพชฌงค์ ๗ ประการ อย่างต่อเนื่องและมีสัมมาทิฏฐิเป็นที่ตั้ง.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุทธัมภาคิยสูตร