วัมมิกสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑๒ พระสุตตันตปิฎก) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ปริศนาจอมปลวก" เป็นพระสูตรสำคัญที่แสดงถึงหนทางแห่งการปฏิบัติเพื่อบรรลุอรหัตตผล ผ่านการไขปริศนาโดยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเทวดาองค์หนึ่งเข้าหาท่านพระกุมารกัสสปะที่ป่าอันธวัน และตั้งปริศนาอันลึกซึ้งให้ฟัง ปริศนานั้นกล่าวถึง "จอมปลวกที่พ่นควันในเวลากลางคืน และลุกโพลงในเวลากลางวัน" โดยมีพราหมณ์บอกให้สุเมธ (ผู้เฉลียวฉลาด) ใช้ศัสตราขุดลงไป เพื่อค้นพบสิ่งต่างๆ ภายใน ได้แก่ ลิ่มสลัก อึ่ง ทางสองแพร่ง หม้อกรองน้ำด่าง เต่า เขียงหั่นเนื้อ ชิ้นเนื้อ และสุดท้ายคือ นาค
ท่านพระกุมารกัสสปะไม่สามารถไขปริศนาได้ จึงนำเรื่องไปทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ทรงอธิบายความหมายของแต่ละส่วนว่า:
- จอมปลวก หมายถึง กายนี้
- พ่นควันในเวลากลางคืน หมายถึง การตรึกตรองเรื่องที่ทำในเวลากลางวันด้วยกาย วาจา ใจ ในเวลากลางคืน
- ลุกโพลงในเวลากลางวัน หมายถึง การงานที่ทำด้วยกาย วาจา ใจ ในเวลากลางวัน
- พราหมณ์ หมายถึง พระตถาคต (พระพุทธเจ้า)
- สุเมธ หมายถึง ภิกษุผู้ยังต้องศึกษา
- ศัสตรา หมายถึง ปัญญาอันเป็นอริยะ
- การขุด หมายถึง การปรารภความเพียร
- ลิ่มสลัก หมายถึง อวิชชา (ความไม่รู้)
- อึ่ง หมายถึง ความริษยาอันเกิดจากความโกรธ
- ทางสองแพร่ง หมายถึง ความสงสัย (วิจิกิจฉา)
- หม้อกรองน้ำด่าง หมายถึง นิวรณ์ ๕ (กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ วิจิกิจฉา)
- เต่า หมายถึง ขันธ์ ๕ อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นถือมั่น
- เขียงหั่นเนื้อและมีดหั่นเนื้อ หมายถึง กามคุณ ๕ (รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส)
- ชิ้นเนื้อ หมายถึง ความเพลินและความกำหนัด
- นาค หมายถึง ภิกษุผู้หมดอาสวะแล้ว (พระอรหันต์)
พระพุทธองค์ทรงสอนว่า สุเมธควรละทิ้งสิ่งต่างๆ ที่ขุดพบออกไป (อวิชชา ความริษยา ความสงสัย นิวรณ์ ๕ ขันธ์ ๕ กามคุณ ๕ ความเพลินและความกำหนัด) จนกระทั่งพบนาค ซึ่งหมายถึงพระอรหันต์ที่พึงเคารพนอบน้อม ไม่ควรเบียดเบียน เมื่อท่านพระกุมารกัสสปะได้ฟังคำอธิบายจากพระพุทธองค์แล้ว ก็เกิดความเข้าใจ และในที่สุดก็บำเพ็ญเพียรจนบรรลุอรหัตตผล
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัมมิกสูตร