Non-offense
อนาปัตติวรรคในพระสูตรนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจและวินิจฉัยอาบัติและอนาบัติอย่างถูกต้องในหมู่ภิกษุสงฆ์ พระพุทธองค์ทรงแสดงผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างการอธิบายสิ่งที่ผิดพลาดและการอธิบายสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความผาสุกของหมู่ชนและการดำรงอยู่ของพระสัทธรรม
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสว่า ภิกษุที่อธิบาย อนาบัติ ว่าเป็น อาบัติ หรืออธิบาย อาบัติ ว่าเป็น อนาบัติ ตลอดจนการจำแนกประเภทอาบัติผิดไป เช่น อธิบายอาบัติเบาเป็นอาบัติหนัก อาบัติหนักเป็นอาบัติเบา อาบัติที่ทำด้วยเจตนาทุจริตเป็นอาบัติที่ไม่ได้ทำด้วยเจตนาทุจริต หรือกลับกัน รวมถึงการวินิจฉัยอาบัติที่ต้องแก้ไขเป็นอาบัติที่ไม่ต้องแก้ไข หรือกลับกันนั้น ล้วนกระทำเพื่อความเสื่อมเสียและความทุกข์ของประชาชน เพื่อความเสียหายแก่เทวดาและมนุษย์ พวกเขาสะสมความชั่วช้ามากมาย และทำให้ พระสัทธรรมเสื่อมสิ้นไป
ในทางตรงกันข้าม ภิกษุที่อธิบาย อนาบัติ ว่าเป็น อนาบัติ และ อาบัติ ว่าเป็น อาบัติ โดยจำแนกประเภทอาบัติอย่างถูกต้อง เช่น อาบัติเบาเป็นอาบัติเบา อาบัติหนักเป็นอาบัติหนัก อาบัติที่ทำด้วยเจตนาทุจริตเป็นอาบัติที่ทำด้วยเจตนาทุจริต อาบัติที่ไม่ทำด้วยเจตนาทุจริตเป็นอาบัติที่ไม่ทำด้วยเจตนาทุจริต อาบัติที่ต้องแก้ไขเป็นอาบัติที่ต้องแก้ไข และอาบัติที่ไม่ต้องแก้ไขเป็นอาบัติที่ไม่ต้องแก้ไขนั้น ล้วนกระทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เพื่อประโยชน์สุขแก่เทวดาและมนุษย์ พวกเขาสะสมบุญกุศลมากมาย และทำให้ พระสัทธรรมดำรงอยู่ต่อไป
สรุปได้ว่า พระสูตรนี้สอนให้เห็นถึงผลกระทบอย่างใหญ่หลวงของการวินิจฉัยธรรมวินัยที่ผิดพลาดและถูกต้อง การเข้าใจอาบัติและอนาบัติอย่างถ่องแท้และตรงตามความเป็นจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อความผาสุกของหมู่ชน การดำรงอยู่ของพระศาสนา และการสั่งสมบุญกุศลหรือบาปกรรมของแต่ละบุคคลในฐานะผู้รักษาพระธรรมวินัย
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →